Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home เคล็ดลับวิจัย เกร็ดการทำวิจัย เกร็ดการทำวิจัย ตอนที่ 2: การเขียน Literature Review
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















เกร็ดการทำวิจัย ตอนที่ 2: การเขียน Literature Review Print E-mail
Written by คมสัน สุริยะ   

Check list  เพื่อตรวจสอบว่า Literature Review (การทบทวนวรรณกรรม) ดีแล้วหรือยัง


Literature Review  ต้อง

1. ไม่ Copy and Paste  --- เรื่องนี้รับไม่ได้เลย

2.  ไม่เขียนเหมือนขนมชั้น  --- เรื่องนี้ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง (ขนมชั้นคืออะไร)

3.  บอกได้ว่าผู้เขียนตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าสู่วงการนั้น  ---  Literature Review พออ่านแล้วสามารถให้ความรู้สึกได้ว่า  ตกลงแล้วผู้เขียนอยากทำเรื่องไหน หรืออยากทำเรื่องนี้จริงหรือไม่  บางคนเขียนมาแบบกล้า ๆ กลัว ๆ เหมือนไม่ค่อยอยากทำเรื่องนั้น  หรือดูเหมือนไม่ได้อยากสนใจเรื่องนั้นแต่โดนบังคับให้ทำ  ขาดสีสันและความดุดัน   บางคนเขียนมาแล้วก็กว้างมากครอบคลุมหลายเรื่องหาจุดโฟกัสไม่ได้ก็เลยไม่รู้ว่าอยากทำเรื่องอะไรกันแน่   ตรงนี้สำคัญ  เพราะมิเช่นนั้นเราก็ไม่มีทางศึกษาเจาะลึกลงไปต่อได้  เช่น  สมมติว่าทำเรื่องการหาแหล่งน้ำ  ถ้าเขียนกว้างครอบคลุมทั้งน้ำทะเล  น้ำฝน  น้ำบาดาล  ตกลงแล้วก็เจาะลึกไปเรื่องไหน   ต้องเลือก  เช่น  ถ้าจะทำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืดก็เจาะจงลงไป  หรือจะทำฝนเทียม  หรือจะขุดน้ำบาดาล  เพราะแต่ละเรื่องมีประวัติที่ยาวนาน  ใช้เทคโนโลยีทีต่างกัน  สภาพสังคมเศรษฐกิจต่างกัน  เรื่องราวและรายละเอียดต่างกัน   มันจึงต้องอาศัยความกล้าที่จะตัดสินใจ   เลือกเอาสักวงการหนึ่ง   แล้วลุยกับมัน  ฝากชื่อไว้ในวงการนั้น   ดังนั้น Literature Review จะดีหรือไม่ดีไม่ได้อยู่ที่เพียงทักษะการเขียน  แต่อยู่ที่ความกล้าหาญที่จะเลือก  และจิตใจที่แน่วแน่ของผู้เขียนด้วย 

4.  แสดงออกว่าผู้เขียนรู้และเข้าใจความเป็นมาเป็นไปที่เกิดขึ้นในวงการนั้น  --- เมื่อผู้เขียนแน่วแน่แล้ว  จะเกิดเป็นพลัง  ทำให้ขยันออกไปหาอะไรมาอ่าน หรือสอบถามผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น  ออกไปดูของจริงบ้าง  พยายามพาตัวเองให้เข้าไปใกล้กับเรื่องนั้นจริง ๆ    เรื่องนี้ต้องใช้ทั้งเวลาและพลังงาน  ในการอ่าน  การสังเกต  การคิด การถามเองตอบเองหลายรอบ การเดินทาง  การสอบถามผู้รู้   จนเกิดความเข้าใจและตกผลึก

5.  แสดงออกว่าผู้เขียนได้เห็นช่องว่างทางวิชาการที่จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับการทำวิจัย --- เมื่อรู้แล้วว่าเรื่องราวต่าง ๆ เป็นมาอย่างไร  และทำท่าจะเป็นไปในอนาคตอย่างไร   ต่อไปก็ต้องมาดูว่าในเรื่องนั้นเขายังไม่รู้อะไรกัน  หรือถ้าได้รู้เรื่องอะไรแล้วจะดี   นั่นคือช่องว่างที่เราพอจะเข้าไปมีส่วนช่วยหาคำตอบได้   เรื่องนี้ตัดสินว่าจะมีโอกาสที่อาจารย์จะยอมรับให้ทำวิทยานิพนธ์ในเรื่องนั้นไหม  สำหรับนักวิจัยก็เป็นตัวตัดสินว่าจะได้ทุนวิจัยไหม

6.  บอกได้ว่าเมื่อผลการวิจัยออกมาแล้วจะสามารถเทียบเคียงได้กับงานวิจัยของใครบ้าง  --- สำคัญสำหรับการอภิปรายผลการศึกษาในตอนท้าย เป็นการ Benchmark งานของเรากับงานของคนอื่นที่ได้ทำมาแล้ว (ยิ่งคนดังยิ่งดี)  เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเราได้ค้นพบความรู้ใหม่หรือไม่  เพราะงานวิจัยต้องผลิตความรู้ใหม่เป็นจุดหมายปลายทาง




ตำแหน่งในรายงานที่ควรเขียน  Literature Review




Literature Review (การทบทวนวรรณกรรม) ควรเขียนในช่วงต้นของรายงาน เพื่อบอกว่าใครทำอะไรลงไปแล้ว ประเด็นไหนที่คนอื่นทำไปแล้ว ทำไว้เยอะแล้ว เราจะได้ไม่ต้องทำซ้ำ ประเด็นไหนที่ยังไม่มีคำตอบ ยังโต้เถียงกันไม่ได้ข้อสรุป หรือมีคนทำกันน้อย หลักฐานก็ยังอ่อน เราจะได้หยิบมาเป็นประเด็นในการวิจัย  (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง การเขียน Proposal)

Literature Review  ในช่วงต้นของรายงานมีประโยชน์มาก  คือจะทำให้เห็นช่องว่างของพื้นที่ทางวิชาการที่เราจะสามารถเข้าไปทำวิจัยได้  เรื่องนี้สำคัญมากเพราะหมายถึงจะมีหัวข้อวิจัยให้ทำหรือไม่  และจะดึงดูดความสนใจของผู้ให้ทุนวิจัยได้หรือไม่   ในการวิจัยที่ต่างประเทศยังหมายถึงจะดึงดูดความสนใจของอาจารย์ที่จะยอมมาเป็นที่ปรึกษาให้หรือไม่อีกด้วย (ทำอย่างไรถ้าไม่มีแรงจูงใจในการเขียน Literature Review  เพราะไม่อยากทำเรื่องที่กำลังทำอยู่ แต่โดนบังคับให้ทำ)


อย่างไรก็ตามในช่วงอภิปรายผลการศึกษา สามารถอ้างอิงผลงานของคนอื่นเพื่อใช้สนับสนุนคำอธิบายหรือสนับสนุนการให้เหตุผลของเรา บางทีก็อาจจะใช้เป็นข้อเปรียบเทียบกับผลการศึกษาของเรา งานของคนอื่นไม่จำเป็นต้องได้ผลเหมือนของเรา เพียงแต่เราอธิบายได้ไหมว่าทำไมผลการศึกษาของเราไม่เหมือนกับของเขา  หรืองานของเราอาจจะไปเหมือนกับงานของคนอื่นจนดูเหมือนไม่มีอะไรใหม่เลย นั่นก็เป็นปัญหาเหมือนกัน  ซึ่งเราก็ต้องพยายามหาทางทำอะไรให้เกิดความแตกต่าง  มิเช่นนั้นก็ไม่สามารถบอกได้ว่างานของเราสร้างความรู้อะไรใหม่




 
หลักการเขียน Literature Review


การเขียน Literature Review ในช่วงต้นของรายงาน  อย่าเขียนเหมือนขนมชั้น คือ อย่าเอามาต่อ ๆ กันเพียงแต่ว่าคนนั้นทำการศึกษาอะไร ในปีไหน ได้ผลลัพธ์ว่าอย่างไร แล้วเรียงต่อ ๆ กันไปเป็นคน ๆ อย่างนี้ไม่ใช่การเขียน Literature Review ตามหลักสากล



การเขียน  Literature Review  ควรเขียนโดยการกลั่นกรองมาแล้วว่า



1) ในวงการที่เรากำลังทำวิจัย  โดยภาพรวมแล้วอะไรคือประเด็นที่มีการศึกษากันมาก อะไรศึกษากันน้อย

เริ่มต้นมาเป็นอันดับแรก    การเขียน Literature Review จะเป็นฝ่ายถามเราก่อนเลยว่า "ตกลงนี่  เรากำลังจะอยู่ในวงการอะไร"  เราต้องตอบได้ก่อน จึงจะเขียน Literature Review ได้ดี


สำหรับผมแล้ว ผมอยู่ในวงการท่องเที่ยวชุมชน   ผมจึงจะเขียน Literature Review ออกมาดังนี้

"ในวงการท่องเที่ยวชุมชน  โดยภาพรวมแล้วประเด็นที่มีการศึกษากันมากคือเรื่องการกระจายรายได้  แต่ที่มีการศึกษากันน้อยคือผลของการท่องเที่ยวที่มีต่อการลดความยากจน"



2) ประเด็นไหนได้ข้อสรุปแล้วหรือมีหลักฐานที่แน่นหนาแล้ว ประเด็นไหนยังไม่ได้ข้อสรุปหรือยังไม่มีหลักฐานที่แน่นหนา หรือต่างฝ่ายต่างอ้างหลักฐานดี ๆ มาคัดค้านกันอยู่

ยกตัวอย่างเช่น  ประเด็นเรื่องการกระจายรายได้มีหลักฐานจากการศึกษาจำนวนมากชี้ชัดไปในทางเดียวกันว่า  ณ เวลาหนึ่ง  รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายไปอย่างไม่เท่าเทียมกันในชุมชน   แต่ยังไม่มีหลักฐานบอกได้ว่าเมื่อเวลาผ่านไปแล้วกากระจายรายได้จะดีขึ้นหรือไม่ในชุมชนเดิม  เพราะยังไม่ได้มีการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างสองช่วงเวลา 

ส่วนประเด็นเรื่องการท่องเที่ยวสามารถลดความยากจนได้หรือไม่นั้นมีหลักฐานที่ใช้ข้อมูลระดับจังหวัดบอกว่าการท่องเที่ยวสามารถช่วยลดความยากจนได้จริง  แต่ยังไม่มีการศึกษาใดเลยที่แสดงหลักฐานในระดับหมู่บ้าน




3) แล้วงานวิจัยของเรากำลังศึกษาอยู่ในประเด็นไหน ต้องการค้นหาหลักฐานอะไรมาเพิ่มน้ำหนักให้ฝ่ายไหน หากได้ผลการศึกษามาแล้วจะช่วยบอกอะไรได้เพิ่มเติมบ้าง

ยกตัวอย่างเช่น  ในเมื่อยังไม่มีการศึกษาที่แสดงหลักฐานว่าในระดับหมู่บ้านนั้นการท่องเที่ยวสามารถลดความยากจนได้หรือไม่  การศึกษานี้จึงสนใจที่จะหาคำตอบดังกล่าว  โดยคำตอบนี้จะช่วยสนับสนุนฝ่ายการท่องเที่ยวโดยจะยืนยันว่าการท่องเที่ยวมีประโยชน์ต่อการพัฒนาชนบทได้จริงและควรส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนให้เจริญก้าวหน้าต่อไปขยายวงกว้างออกไปทั่วประเทศไทยและประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย




4) ปัญหาวิจัยที่เรากำลังจะทำนี้เคยมีผู้ทำมาแล้วหรือไม่  ถ้ามีเขาตอบคำถามว่าอย่างไร  ตอบเรื่องไหนได้ดีแล้ว  ตอบเรื่องไหนยังอ่อนไป  มีคนอื่นได้คำตอบที่ขัดแย้งกันหรือไม่   ถ้ายังไม่มีสามารถบอกได้หรือไม่ว่างานของเราเป็นงานใหม่จริง ๆ

ยกตัวอย่างเช่น   การตอบคำถามเรื่องการท่องเที่ยวกับการลดความยากจนในระดับหมู่บ้านมีผู้พยายามสำรวจหลายครั้งในหลายพื้นที่ทั่วโลก  แต่ไม่เคยมีผู้ใดคำนวณเส้นความยากจนออกมา  ทำให้สิ่งที่ค้นพบเชิงปริมาณจำกัดอยู่ในเรื่องการกระจายรายได้เท่านั้น  หรือไม่ก็สรุปโดยอาศัยจากข้อสังเกตส่วนตัวซึ่งเป็นผลการวิจัยเชิงคุณภาพเท่านั้น

นอกจากนั้นยังไม่มีการศึกษาเปรียบเทียบกันในสองช่วงเวลาจึงยังไม่เห็นผลที่ชัดเจนว่าครัวเรือนที่ได้รายได้จากการท่องเที่ยวมีโอกาสที่จะข้ามพ้นความยากจนมากกว่าครัวเรือนที่ไม่มีรายได้จากการท่องเที่ยวหรือไม่    อีกทั้งการคำนวณเส้นความยากจนก็ยังไม่มีผู้ใช้หลักการคำนวณด้วย Retained Value Added  หรือ มูลค่าเพิ่มที่ครัวเรือนสามารถเก็บเอาไว้ได้   ทั้งนี้เพราะยังไม่เคยมีการสำรวจโครงสร้างการผลิตทุกภาคส่วนในหมู่บ้านมาก่อน  ทำให้ยังไม่มีตัวเลขต้นทุนการผลิตในหมู่บ้าน   ดังนั้นการศึกษานี้จึงเป็นครั้งแรกที่จะคำนวณเส้นความยากจนในแต่ละครัวเรือนด้วย RVA   และจะสามารถแสดงผลของการท่องเที่ยวที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสถานะความยากจนได้  ด้วยการเปรียบเทียบหมู่บ้านเดียวกันในสองช่วงเวลา





กระบวนการเขียน Literature Review



ในขั้นตอนของการค้นคว้าหาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยของเราต้องใช้เวลาและความอดทนพอสมควร อย่างแรกต้องรวบรวมเอกสารให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างที่สองก็คืออ่านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และอย่างที่สามต้องให้เวลาในการรอให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่อ่านมาตกผลึกในห้วงคำนึง ถ้ารีบเกินไปจะหนีไม่พ้นการเขียนแบบขนมชั้น เพราะการเขียนในเวลาที่ยังไม่ตกผลึกก็จะได้แต่การเอารายละเอียดจากที่โน่นที่นี่มาเขียนต่อ ๆ กัน แต่การเขียนเมื่อตกผลึกคือ อ๋อ เรื่องมันเป็นอย่างนี้เอง แล้วก็เล่าไป



ข้อสำคัญของการเขียน Literature Review คือ การอ้างเนื้อหาหรือข้อความใดจากงานวิจัยเล่มอื่น อย่าได้ลืมเขียนระบุที่มาตามหลักสากลในหน้าที่อ้างนั้น และในหน้าอ้างอิง (References) ด้วย ถือว่าเป็นมารยาทที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของนักวิจัย เมื่อ download เอกสารจากอินเตอร์เน็ตอย่าลืมคัดลอกที่อยู่ของเว็ปเพจของเอกสารนั้น ๆ มาแสดงด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าถึงเอกสารฉบับเดียวกันได้  




การลงพื้นที่ต้องเขียน Literature Review หรือไม่


สำหรับการทำวิจัยด้วยการเก็บข้อมูลในพื้นที่  อาจารย์มิ่งสรรพ์กำชับว่าถ้าไม่มี Literature Review ไม่ถือว่าเป็นงานวิจัย รายงานที่เขียนจากการลงพื้นที่โดยไม่มี Literature Review ถือว่าเป็นรายงานการเดินทางเท่านั้น





หนทางพิสูจน์ม้า


การเขียนทบทวนวรรณกรรมที่ดีเป็นการบ่งบอกฝีมือของเราในห้าด้าน คือ    ทักษะการประมวลความคิด (conceptualization)  การอ่านมามาก (Read more)  ความมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ (Concentration) การเจาะลึกในวงการ (Focus) และความสามารถในการนำเสนอโน้มน้าว (Presentation) 


การเขียน Literature Review   เป็นเรื่องที่ยากที่สุดและเป็นงานที่หนักที่สุดเรื่องหนึ่งในการทำวิจัย  เพราะต้องประมวลความคิด  กลั่นกรอง  ตกผลึก   ซึ่งกระบวนการเช่นนี้แม้แต่นักวิจัยใหญ่ก็ยังต้องใช้เวลา   และยังต้องฝึกฝนในการเขียน Literature Review ให้ดีขึ้นอยู่เสมอ






Additional tips regarding to the positions of the literature review



I would like to clarify this point  according to the question from a reader. Thank you for the feedback from Khun Sutilak from Bangkok University.


For the literature review, I encourage you to make readers know all the names we refered to in the begining of the work or Chapter 2. But you don't have to write everything about them in Chapter 2.  The reason is as followed.
 
 
First, the literature review in Chapter 2 is needed to figure out who have tried to answer the same question as we are trying to do. Then we get some idea from their works. Sometime we got critical points from their works that we want to verify whether they are true or not in our context.
 
Therefore, the literature review in this position is for the development of of our work.
For example, "Komsan(2007) was a pioneer of answering this question. He did a survey in Thailand and found something interesting. The work guided what variables should be included in this research. The hypothesis was then formed according to his work that the income distribution to the poor should be less than those went to the rich."
 
 
Having said that the literature review can be appeared in the discussion, I mean that  the name and year and something more about that works that are important for the support or comparison should be added. For example,  "The result in this research is much different from what was found by Suriya(2007). This is because Suriya(2007) did not take into account of indirect effect of the income distribution in his analysis. After a detailed investigation, it was clear that the difference also came from the different functional form that each work applied."
 
 
As you have seen from the examples, it is not nice to say everything about Suriya(2007) in Chapter 2 because it is too early to say that. If we mentioned about the functional form in Chapter 2, we may make readers have too much information at the time. Instead of happiness, they will get confused and bored. 
 
It is also not nice to start talking about Suriya(2007) in the last chapter. Readers haven't known him before and then they will ask who is this guy and how important he is.
 
 
It is important that the reference should come at the right time to tell the right story to readers. It is like searching for a criminal in a movie. If we told everything from the beginning, it is not an interesting story then. However, if we did not tell people who is who from the beginning, then people cannot link the story.
 
 
In fact, it is flexible to write your work as long as it looks good. In Thailand, people are strict to a formal style. I found that in different universities, they have different styles. And they claim that their styles are correct, and only correct.
 
 
Even the arrangement of chapters in Germany and Thailand are much different. We in Germany arrange them as topic by topic, not separating literature review in Chapter 2 and the result in Chapter 3. We combine everything in one chapter for a particular topic. Then summarize the whole topics at the end of the work.

 
Don't worry too much about the formal style. It never hurts people so much. Just write something that is good for readers to read, understand and enjoy our works.
 












แนะนำบทความที่เกี่ยวข้อง
 



<< ย้อนกลับ









 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ