Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















รถยนต์สีเขียว Print E-mail
Written by HMN   
คุณทราบหรือไม่ว่า รถยนต์ที่เราใช้กันทุกวันนั้น สร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้โลกมากน้อยแค่ไหน? ว่ากันว่า หากเราจอดรถยนต์ทิ้งไว้เฉยๆ เพียงวันเดียว ก็สารถช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึงสองหมื่นตันเลยล่ะ นอกจากนั้น การใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของรถยนต์แต่ละคันยังใช้ปริมาณต่างกันด้วย เพื่อที่จะดูว่าเราสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เราจึงต้องศึกษาถึงปัจจัยต่างๆ ของรถยนต์ ที่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนเหล่านี้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ก็คือ

1. น้ำหนักรถที่มากขึ้น

น้ำหนักของรถรวมทั้งอุปกรณ์และข้าวของต่างๆที่บรรทุกไว้บนรถ เป็นสาเหตุที่ทำให้รถต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการขับเคลื่อน ทุกๆน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 45 กิโลกรัม หมายถึงการเผาผลาญเชื้อเพลิงที่เพิ่มมากขึ้นอีก 2 เปอร์เซนต์  ดังนั้น ข้าวของที่ไม่จำเป็น ก็ไม่ควรมีอยู่บนรถ และสำหรับการเดินทางระยะใกล้ๆ คนเดียว ก็ไม่ควรที่จะใช้รถยนต์ส่วนตัว การใช้บริการรถไฟฟ้า หรือระบบขนส่งสาธารณะ เป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดพลังงานกว่า

2. การเผาผลาญของเครื่องยนต์ที่ไม่ได้มาตราฐาน

หมั่นตรวจสอบเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ การเผาผลาญที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์จะก่อให้เกิดควันดำ หรือก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ซึ่งเป็นสารพิษตัวจริง และอันตรายต่อร่างกายมากยิ่งกว่าคาร์บอนไดออกไซด์หลายเท่า เนื่องจากก๊าซพิษนี้จะเข้าไปจับกับโมเลกุลเม็ดเลือดแดงแทนออกซิเจนได้ เครื่องยนต์ที่ดี สามารถมีประสิทธิภาพการเผาผลาญเชื้อเพลิงเพิ่มจาก 15 เป็น 50 เปอร์เซนต์ได้

3. ลมยางที่อ่อน

มีการประเมินกันว่า 90 เปอร์เซนต์ของความดันยางรถยนต์ที่ใช้กันอยู่นั้นไม่ถูกต้องเหมาะสม เราจึงควรดูแลลมยางให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ ตรวจเช็คความดันยางเป็นประจำทุกสัปดาห์หรืออย่างน้อยทุกเดือน ลมยางต์ที่อ่อนเกินไป ทำให้รถต้องบริโภคน้ำมันมากขึ้น และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังทำให้ยางเสื่อมเร็วด้วย

4. ติดเครื่องรถทิ้งไว้

การจอดรถติดเครื่องไว้ 10 วินาที สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าการดับเครื่องแล้วติดเครื่องใหม่ ดังนั้น ระหว่างรอในรถ หรือ เวลารถติดมากๆ หรือเวลาติดไฟแดงนานเป็นนาที อย่างเช่นที่แยกไฟแดงที่มีตัวเลขไฟแดงบอกเวลา ควรดับเครื่องไปก่อนแล้วค่อยติดเครื่องอีกครั้งตอนใกล้ๆ จะไฟเขียวดีกว่า

5. การขับรถเร็วๆ แล้วเหยียบเบรคบ่อยๆ

การชลอรถให้วิ่งไปเรื่อยๆโดยไม่ต้องเหยียบเบรคหรือเหยียบน้อยๆ และให้ไปหยุดที่ตำแหน่งที่ต้องการพอดี เป็นการขับรถที่ดี ตรงข้ามกับรถที่ขับมาเหมือนรถแข่งแล้วกระแทกเบรคอย่างแรง การขับรถอย่างหลังเพิ่มภาระให้เครื่องยนต์บริโภคน้ำมันมากกว่าถึง 33 เปร์เซนต์ และปล่อยสารพิษออกมามากกว่าแบบแรก 5 เท่า

6. รูปร่างรถ

รถที่มีรูปร่างโค้งมนช่วยลดแรงต้านอากาศได้ดีกว่ารถที่เป็นเหลี่ยมๆ เช่นเดียวกับหน้าต่างรถ รถที่ปิดหน้าต่างขณะแล่น ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงในแง่ของแรงต้านลม แต่หากเป็นรถยนต์ที่วิ่งช้าๆ ในเมือง รถยนต์ที่เปิดหน้าต่างแต่ไม่เปิดแอร์ จะช่วยประหยัดพลังงานกว่ารถที่ปิดหน้าต่างแต่เปิดแอร์
นอกากนี้ รถบางคันที่มีโครงเหล็กวางของบนหลังคา ยังทำให้แรงต้านอากาศเพิ่มขึ้นเมื่อคุณวางของไปแบบนั้นด้วย เพราะกล่องที่วางจะไปเพิ่มแรงต้านแบบเต็มๆ

7. เชื้อเพลิงที่ใช้

สามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว น้ำมันแก๊สโซฮอล์ เชื้อเพลิงไบโอดีเซล หรือใช้ก๊าซธรรมชาติอย่าง NGV แทนน้ำมัน
 
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ