Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ตำราเรียน แนะแนวการทำวิทยานิพนธ์ เตรียมตัวสอบ Proposal อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















เตรียมตัวสอบ Proposal อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ Print E-mail

คมสัน สุริยะ
27 มีนาคม 2555



วันนี้ผมสอบ Proposal (โครงร่างวิทยานิพนธ์) ของนักศึกษาปริญญาเอกคนแรกของผม (คุณศิวาพร ฟองทอง) เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  จึงอยากจะบันทึกไว้เพื่อเตือนความทรงจำและเป็นแนวทางสำหรับการสอบของนักศึกษารุ่นหลังต่อไป


1.  เป้าหมายของการสอบ Proposal

การสอบ Proposal  เป็นการสอบที่มีคณะกรรมการมารวมกันเพื่อช่วยกันดูว่าคำถามวิจัยชัดเจนหรือไม่  วิธีการวิจัยสอดคล้องกับคำถามวิจัยหรือไม่  มีข้อมูลเพียงพอที่จะทำได้หรือไม่  และมีรายละเอียดที่ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง


2.  จะมีใครสอบ Proposal ไม่ผ่านไหม

อาจจะมี  โดยเฉพาะกับงานวิจัยที่อาจจะมีความสำคัญไม่มากพอ  คำถามวิจัยไม่ชัดเจน   ไม่ครบองค์ประกอบ (เช่น  ขาดการทบทวนวรรณกรรม)  วิธีการศึกษาไม่เหมาะสม  ข้อมูลไม่น่าจะหาได้  หรือโดยภาพรวมแล้วไม่น่าจะทำสำเร็จ  หรือถึงทำสำเร็จแล้วก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร  หรือเนื้อหาน้อยเกินไป  หรือทำสำเร็จได้ง่ายเกินไปไม่เหมาะสมสำหรับระดับปริญญานั้น ๆ


3.  ส่วนมากกรรมการจะให้แก้ไขเรื่องอะไร

กรรมการจะให้แก้ไขเรื่องที่ไม่ชัดเจน  ไม่เหมาะสม  ไม่ถูกต้อง  หรือแม้แต่ไม่ถูกกาละเทศะ  ซึ่งเป็นได้ตั้งแต่ที่มาและความสำคัญของปัญหา  วัตถุประสงค์ในการศึกษา  ประโยชน์ที่ได้รับ   วิธีการศึกษา  ขอบเขตของการศึกษา   ข้อมูลและการสุ่มตัวอย่าง  ไปจนถึงรายการอ้างอิง


4.  กรรมการชอบอย่างไร

กรรมการชอบเรื่องที่อ่านรู้เรื่อง  อ่านแล้วรู้ว่าตั้งใจจะทำอะไร  คือ  คำถามวิจัยมีความชัดเจน   เขียนไม่วกวน   ปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวเดียวกัน   ทุกส่วนของงานมุ่งไปที่การตอบคำถามวิจัย     โดยมีหลักการทางวิชาการในสาขาที่เรียนอยู่มารองรับ


5. กรรมการจะถามเรื่องอะไร

กรรมการจะถามในเรื่องที่อ่านแล้วไม่แนใจว่าเข้าใจถูกตามความตั้งใจที่ผู้เขียนจะสื่อหรือไม่   เรื่องที่คิดว่าอาจจะไม่ถูกต้อง   เรื่องที่ต้องการให้ผู้เข้าสอบอธิบายเพิ่มเติม   ถามลองภูมิ   ถามว่าทำไมถึงเลือกทำอย่างนี้แต่ไม่ทำอีกอย่าง   หรือแม้แต่ถามเพื่อขอเป็นความรู้ในสิ่งที่ตนเองอาจไม่รู้ทั้งหมดซึ่งจัดเป็นการถามที่เป็นการให้เกียรติผู้ตอบอย่างมาก


6.  การสอบต้องเอาเป็นเอาตายไหม

ขึ้นชื่อว่าการสอบป้องกันโครงร่างวิทยานิพนธ์  หรือที่เรียกว่า Defend (แปลตรงตัวว่าป้องกัน)  ย่อมทำให้นักศึกษาต้อง "ป้องกัน" อย่างเต็มที่จาก "การโจมตี"  อย่างหนักจากอาจารย์ซึ่งก็เป็นหน้าที่ที่อาจารย์ต้องทำด้วยเช่นกัน    นักศึกษาสมควรต้องตอบได้ทุกอย่างโดยฉะฉาน   บรรยากาศจะดุเดือดหรือเอาเป็นเอาตายเพียงใดก็ย่อมจำกัดอยู่เพียงในกรอบของเหตุผลทางวิชาการ



7. การสอบเปิดให้คนนอกเข้าฟังได้ด้วยไหม

ตามปกติในห้องสอบจะประกอบด้วยนักศึกษาผู้เข้าสอบ  อาจารย์ที่ปรึกษา  และอาจารย์กรรมการตามจำนวนที่สถาบันกำหนด   แต่การสอบอาจจะเปิดให้คนนอกเข้าฟังได้ด้วยก็ได้   หรือจะเป็นการสอบแบบปิดที่จะไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าฟังก็ย่อมได้   ในกรณีนักศึกษาของผมจะเปิดให้นักศึกษาคนอื่นทุกระดับชั้นปริญญาเข้าฟังและซักถามผู้สอบได้ด้วย  เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางสำหรับนักศึกษาที่ยังไม่เคยสอบ  อีกทั้งเป็นการสร้างให้เกิดความโปร่งใสของการสอบ   และรักษามาตรฐานของการสอบด้วย


8.  หลังสอบเสร็จแล้วต้องทำอะไรต่อ

นักศึกษามักจะใช้เวลาหลังการสอบอยู่ในห้องสอบต่อกับอาจารย์ที่ปรึกษาของตนอีกสักพัก  เพื่อสรุปประเด็นที่ต้องนำไปแก้ไขปรับปรุง Proposal  ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น   จากนั้นนักศึกษาอาจจะใช้เวลาสัก 2 - 3 วันพักหลังจากความเมื่อยล้าในการเตรียมตัวสอบและในการสอบ   แล้วรวบรวมพละกำลังอีกครั้งเพื่อลงมือแก้ไข Proposal  ตามที่ได้รับมอบหมาย   เมื่อทำเสร็จแล้วก็จัดการทำสำเนาส่งให้อาจารย์ที่เกี่ยวข้องพิจารณาอีกครั้ง   เมื่อได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์แล้วก็ทำสำเนาส่งหน่วยงานต่าง ๆ ตามกระบวนการที่สถาบันกำหนดไว้ต่อไป







กลับสู่แนะแนวการทำวิทยานิพนธ์





 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ