Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ทางข้างหน้า อาชีพนักวิจัย ความคาดหวังของผู้ซื้องานวิจัย และข้อตกลงเบื้องต้นก่อนการจ้างเขียนงานวิจัย
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ความคาดหวังของผู้ซื้องานวิจัย และข้อตกลงเบื้องต้นก่อนการจ้างเขียนงานวิจัย Print E-mail
คมสัน สุริยะ
2 กรกฎาคม 2553
 

งานวิจัยที่ผู้จ้างทำวิจัยคาดหวังมีลักษณะดังต่อไปนี้
 
1. ข้อมูลแน่น

เราต้องยอมรับว่าการสำรวจข้อมูลในประเทศไทยยังมีน้อย แม้จะมีหน่วยงานภาครัฐที่ทำการสำรวจข้อมูลในหลายเรื่องหลายด้าน แต่ก็ยังมีข้อมูลอีกมากมายที่ยังไม่มีการสำรวจ  หรือหากมีการสำรวจไว้แล้วก็อาจจะกระจัดกระจายไม่ได้จัดให้เป็นระเบียบ    ดังนั้นเมื่อผู้อ่านซื้องานวิจัย เขาย่อมคาดหวังว่าจะได้ข้อมูลที่ยังไม่มีการสำรวจนั้น หรือข้อมูลที่จัดให้เป็นระเบียบแล้ว   โดยมีปริมาณข้อมูลมาก   ซึ่งทำให้รู้สึกว่าแน่น   สามารถใช้ประกอบการวิเคราะห์หรือตัดสินใจของผู้อ่านเองได้ในอนาคตในประเด็นปัญหาที่ผู้อ่านต้องการคำตอบ
 

2. วิเคราะห์ข้อมูลดี

ตัวเลขชุดเดียวกันแต่เมื่อคนอ่านต่างกันก็วิเคราะห์ออกมาได้ต่างกัน   ผู้อ่านงานวิจัยย่อมอยากรู้ว่านักวิจัยคิดอย่างไรกับข้อมูลชุดนี้    นั่นจะอ่านได้จากบทวิเคราะห์   ซึ่งผู้เขียนจะนำผู้อ่านไปพบว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่อ่านได้จากข้อมูลชุดนั้น   มีเหตุผลที่ลึกซึ้งอย่างไร   มีข้อสังเกตอย่างไรที่ควรระวัง    บทวิเคราะห์จึงเป็นเหมือนการพาเดินเที่ยวไปบนข้อมูล    หากไกด์อีกนักท่องเที่ยวก็สนุก   หากไกด์ทื่อ ๆ นักท่องเที่ยวก็เบื่อ
 

3. คำถามชัดเจนและตอบได้

งานวิจัยต่างจากงานวิเคราะห์ทั่วไปตรงที่มีการตั้งคำถามและพยายามตอบคำถาม ดังนั้นผู้อ่านย่อมอยากทราบว่าผู้เขียนเปิดประเด็นคำถามอะไรขึ้นมา   แล้วตกลงตอบว่าอย่างไร   ต่อมาหากผู้อ่านเกิดคำถามขึ้นมาเพิ่มเติม   อาจจะศึกษาจากข้อมูลที่มีอยู่ในงานวิจัยเล่มนั้นก็อาจจะพบคำตอบ หรือไม่ก็อาจจะเชิญผู้เขียนมาซักถามหรือปรึกษาขอคำตอบ   หากผู้เขียนตอบได้ในทันทีก็เรียกว่างานที่ปรึกษา   หากผู้เขียนยังตอบไม่ได้ในทันทีก็อาจจะทำเป็นโครงการวิจัยต่อไป
 

4. อ้างอิงได้
 
แน่นอนว่าข้อคิดเห็นและข้อสรุปจากงานวิจัยที่ซื้อมาย่อมเป็นความรับผิดชอบของนักวิจัย   ดังนั้นหากผู้ซื้อซื้องานวิจัยไปแล้วและใช้อ้างอิงย่อมปลอดภัยกับตัวว่าไม่ได้คิดเอาเอง   โดยอ้างได้ว่ามีผู้อื่นทำวิจัยศึกษามาแล้ว เป็นการอ้างหลักฐานจากบุคคลภายนอกเพื่อช่วยยืนยันความคิดเห็นของตัวเอง   ทำให้มีน้ำหนักในการนำเสนอเรื่องที่ต้องการผลักดัน  
 
ดังนั้นงานวิจัยต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมจะให้อ้างอิง ต้องคาดว่าจะมีผู้เอาไปอ้างอิงอย่างไร ในประเด็นไหน และผลักดันเรื่องอะไร   งานวิจัยจะต้องมุ่งไปที่บทบาทการช่วยสนับสนุน   คือ งานวิจัยนี้ช่วยให้องค์การมีความเชื่อมั่นในการตัดสินใจเพราะมีข้อมูลประกอบครบถ้วนรอบด้าน   แต่อย่าลืมว่าเราไม่ทำวิจัยเข้าข้างใคร อย่าให้ผู้ซื้อเปลี่ยนแปลงผลการวิจัย ผลการวิจัยออกมาอย่างไรก็อย่างนั้น เราเป็นกลาง แต่พยายามทำให้งานวิจัยเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในเรื่องที่ผู้ซื้อกำลังต้องการทิศทางหรือข้อมูลประกอบ ไม่ใช่เพียงทำวิจัยแล้วก็แล้วไป
 

5. รูปแบบเป็นทางการ
 
รูปแบบในการนำเสนองานวิจัยขอให้เป็นทางการนิดหน่อย คือ ในฝันผมเห็นอาจารย์ท่านหนึ่งเสนองานมาในรูปแบบที่สร้างสรรค์แต่ไม่เป็นทางการ เช่น นำเสนอแบบการ์ตูน   เขาก็ยืนยันว่าให้ผมอ่านก่อน   ผมก็พยายามอ่านทั้งที่เคือง ๆ      เมื่ออ่านแล้วก็พบว่า จริง ๆ เนื้อหาสาระก็ดีมาก   แต่เขียนงานวิจัยออกมาแบบไม่เป็นทางการก็คงไม่ไหว   ดังนั้นขอให้ยึดรูปแบบการเขียนรายงานการวิจัยแบบเป็นทางการจะดีกว่า
 

6. โปร่งใส
 
งานวิจัยถือว่าเป็นวิทยาศาสตร์ซึ่งต้องทำซ้ำได้ (Reproducable) ดังนั้นขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ใช้   รายละเอียดของการเก็บข้อมูลและจำนวนตัวอย่าง แบบจำลองที่ใช้ และคำเตือนในเรื่องข้อจำกัดของแบบจำลอง   มีความจำเป็นต้องรายงานไว้ด้วย   แต่ถ้าถามว่าผู้ซื้อคาดหวังว่าจะอ่านในส่วนนี้ไหมก็ตอบได้ว่าแล้วแต่กลุ่มลูกค้า   หากเป็นผู้ใหญ่ที่เน้นการใช้งานวิจัยประกอบการตัดสินใจเขาคงไม่สนใจอ่านเท่าไร เพราะเชื่อว่านักวิจัยทำได้ถูกต้อง   อาจจะกลับมาอ่านหรือให้ผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยอ่านในกรณีที่ถูกซักถามว่าผลการวิจัยทำออกมาเช่นนั้นได้อย่างไร   แต่หากเป็นกลุ่มนักวิชาการ นักเรียนนักศึกษา ซึ่งสนใจว่างานวิจัยชิ้นนี้ทำขึ้นมาได้อย่างไร เขาจะสนใจอ่านตรงนี้มากเพราะว่าเป็นตัวอย่างสำหรับการทำวิจัยในอนาคต
 

7. สมราคา
 
ปกติค่าจ้างในการเขียนวิจัยเป็นบทก็แพงอยู่ หากรายงานออกมาบางเฉียบก็ดูไม่สมราคาและน่าโมโห แต่หากออกมาหนาเกินไปก็ไม่สะดวกในการเอามารวมเป็นบท อาจจะต้องแยกออกมาพิมพ์เป็นอีกเล่มหนึ่งต่างหาก ซึ่งไม่เหมาะสมกับงบประมาณที่มี   ทำให้ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้    ดังนั้น ผู้เขียนควรเขียนทุกอย่างให้กระชับและแน่น   เนื้อหาทุกหน้า ทุกย่อหน้า ทุกบรรทัด   และทุกประโยค ควรมีความหมาย เรื่องที่ไม่ตรงประเด็นหรือไม่ให้สาระสำคัญควรตัดทิ้งไป   จำนวนหน้าที่ควรเขียนต่อบทควรอยู่ระหว่าง 50 – 60 หน้า    ประมาณว่าหากรวมกันห้าบทแล้วน่าจะได้ประมาณ 250 – 300 หน้า ซึ่งอยู่ในวิสัยของผู้อ่านที่จะอ่านได้และได้สาระแบบเต็มที่   หากน้อยกว่านี้ก็จะไม่คุ้มเงินผู้อ่าน   หากมากกว่านี้ผู้อ่านก็เหนื่อย
 
 
 
ผมจึงคิดว่าทางที่ดีก่อนการเริ่มงานด้วยกัน ผมควรต้องชี้แจงให้ท่านผู้เขียนทราบในความคาดหวังจากผู้ซื้องานวิจัยเหล่านี้ก่อน   งานที่ออกมาจึงจะได้ตรงกับความต้องการของตลาดและไม่ต้องส่งกลับไปมาให้ผู้เขียนแก้ไขหลายรอบ
 
 
 
 




 






 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ