Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home Tourism Logistics Cities in research คนอิตาลี vs คนเยอรมัน แล้วย้อนมองคนไทยและสังคมไทย
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















คนอิตาลี vs คนเยอรมัน แล้วย้อนมองคนไทยและสังคมไทย Print E-mail
คมสัน  สุริยะ
1 กรกฎาคม 2553
 
 
ผมมาอิตาลีครั้งนี้ได้เรียนรู้นิสัยใจคอคนอิตาลี และพอจะเปรียบเทียบกับคนเยอรมันได้ดังนี้
 


คนอิตาลี
 
1. คนอิตาลีมีความยืดหยุ่น เนื่องจากชีวิตประจำวันเผชิญกับความไม่แน่นอน ทำให้ต้องแก้ปัญหาอย่างยืดหยุ่น และมักต้องอาศัยเส้นสายคนรู้จัก    
 
ข้อดี  

คนอิตาลีมีน้ำใจ คุยด้วยสนุก ซื้อของได้ลดราคา มีคนเอาของโน่นนี่มาให้ใช้ฟรี   อัธยาศัยดี ผูกมิตรเร็ว
 
ข้อเสีย  

ความยืดหยุ่นก็แปลว่าไม่ค่อยมีระเบียบวินัย เป็นครั้งแรกในยุโรปที่ผมเห็นคนลุกเปลี่ยนที่นั่งบนเครื่องบินเป็นว่าเล่น   การลัดคิวซื้อของแบบหน้าตาเฉย   คนเดินเข้ามาชนแบบไม่ยอมหลบ   และโทรศัพท์สาธารณะที่พร้อมจะกินเหรียญได้ทุกเมื่อ  
 

2. คนอิตาลีแฟนตาซีมาก ๆ   อารมณ์ศิลปิน และใช้อารมณ์ในเรื่องต่าง ๆ ค่อนข้างมาก
 
ข้อดี  

ชีวิตเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ผ่อนคลาย ร้องเพลง เต้นรำ ยิ้มง่าย มีความสุข   รักสวยรักงาม เสื้อสูทเข้ารูปของผู้ชายสวยและเนี้ยบมาก ๆ    เป็นครั้งแรกที่มันกระตุ้นให้ผมเกิดความอยากใส่เสื้อผ้าสวย ๆ ขึ้นมา ถ้าอยู่อิตาลีนานกว่านี้อีกสักหน่อยผมจะสั่งตัดไว้ตัวหนึ่งจริง ๆ
 
ข้อเสีย 

ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ   ถ้าไม่ถูกใจก็ไม่ยอมทำ   และจมอยู่แต่ในโลกแฟนตาซี ทำให้ไม่ลงมือปรับปรุงบ้านเมืองให้ดีขึ้นจริง ๆ จัง ๆ    นัยว่าได้แต่ฝันว่ามันจะดีขึ้นได้เอง   เรื่องนี้สะท้อนออกมาในงานวิชาการของอิตาลีด้วย คือ ทำอะไรตามใจตัวเองค่อนข้างมาก แฟนตาซีไว้ก่อน และไม่เน้นการใช้งานจริง

 
3. คนอิตาลีทำตัวตามสบาย อยากทำอะไรก็ได้
 
ข้อดี  

ชีวิตสบาย ๆ   อยากเดินผิวปากไปเรื่อย ๆ ก็ได้ ไม่มีใครว่าอะไร ไม่ต้องแคร์ใคร   ชีวิตอิสระเสรี
 
ข้อเสีย  

เราเองก็โดนละเมิดสิทธิ์ในหลายเรื่องและหลายเวลาจนต้องทำใจ
 

 
คนเยอรมัน
 
1. คนเยอรมันมีระเบียบวินัยสูง เนื่องจากชีวิตประจำวันค่อนข้างมีความแน่นอน การแก้ปัญหาของชาวเยอรมันใช้กระบวนการที่แน่นอน   ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เส้นสาย
 
ข้อดี   

คนเยอรมันเชื่อถือได้ แน่นอน ซื่อสัตย์   มีความรับผิดชอบ และตู้โทรศัพท์สาธารณะแทบไม่มีวันจะกินตังค์คุณ   นอกจากนั้นถึงจะซื้อของไม่เคยได้ลดราคาจากป้าย   แต่การทอนตังค์ไม่มีคำว่าพลาด
 
ข้อเสีย  

คนเหมือนเครื่องจักร เย็นชา  เคร่งขรึม  เคร่งครัด  เป็นทางการ  ตรงไปตรงมาตามขั้นตอนปฏิบัติที่แน่นอน   หากเรื่องใดไม่มีขั้นตอนที่แน่นอนจะเริ่มรวนและไม่แน่ใจว่าควรจะแก้ปัญหาอย่างไร
 

2. คนเยอรมันมุ่งไปที่การปฏิบัติ
 
ข้อดี  

บ้านเมืองมีการปรับปรุงให้ดูดีอยู่เสมอ สิ่งของต่าง ๆ ทำงานได้ดี   ไม่มีแบบที่ทิ้งไว้ให้พังอยู่นาน ๆ   และมีการปรับปรุงประสิทธิภาพอยู่เสมอ   เรื่องนี้สะท้อนออกมาในงานวิชาการด้วย คือ มีระเบียบเคร่งครัด   ไม่ชอบให้ออกนอกลู่นอกทาง และเน้นการนำผลการวิจัยไปใช้จริง
 
ข้อเสีย  

ขาดการออกแบบให้สวยงาม   เน้นแต่ประโยชน์ใช้สอย ไม่มีศิลปะความอ่อนช้อย เสื้อผ้าใส่อย่างไรก็อย่างนั้นทั้งปีทั้งชาติก็ไม่มีใครว่าอะไรกัน   ถ้ายังใส่ได้ก็เป็นอันใช้ได้
 
 
3. คนเยอรมันถือเรื่องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นเป็นเรื่องใหญ่
 
ข้อดี  

คนเคารพสิทธิของผู้อื่นในเกือบทุกเรื่องและเกือบทุกเวลา   ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย   สะอาด  เงียบ   เป็นระเบียบ  แทบไม่มีขโมย และแทบไม่มีการทำร้ายร่างกายกัน 
 
ข้อเสีย  

ต้องเกรงใจคนอื่นเกือบตลอดเวลา   จะเดินผิวปากก็ไม่ได้ เพราะว่าจะไปรบกวนความสงบของคนอื่น
 
 
 
ถ้าคนเยอรมันมาอิตาลีครั้งแรกจะต้องปวดหัว เพราะว่าทุกอย่างดูเหมือนไร้ระเบียบไปหมด   แต่ถ้าคนอิตาลีไปเยอรมันครั้งแรกก็ต้องเครียดหนักเพราะว่าทุกอย่างเคร่งครัดไปหมด
 
คนอิตาลีใช้ระบบอุปถัมภ์ ใช้เส้นสายคนรู้จัก ใช้ระบบพวกพ้อง ชอบใช้คำว่า Our brothers   แต่ละคนต้องมีพวก ต้องสังกัดพวก ต้องพึ่งพาคนอื่น   ชีวิตมีความไม่แน่นอน ไม่รู้ว่าอนาคตจะดีหรือร้าย   ต้องผจญภัย ต่อสู้กับโชคชะตา  คนฝากชีวิตไว้กับระบบไม่ได้   เพราะระบบไม่แน่นอน   วันนี้อย่างพรุ่งนี้อย่าง เอาแน่เอานอนไม่ได้ ต้องพร้อมจะเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์อยู่เสมอ  
 
คนเยอรมันใช้วิธีเรียกร้องสิทธิ์ หากเป็นสิทธิ์ที่ตนพึงได้รับต้องได้รับ   หากไม่ได้รับจะโวยวายกับทางภาครัฐจนเจ้าหน้าที่ต้องมาจัดการให้   แต่ถ้าไม่ใช่สิทธิ์ที่จะได้   ถึงทำอย่างไรก็ไม่สามารถจะได้มา   ด้วยเหตุนี้ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้เส้นสาย ไม่จำเป็นต้องมีระบบอุปถัมภ์หรือพวกพ้อง   แต่ละคนสามารถเป็นอิสระได้จากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง   แล้วใช้ชีวิตอยู่กับระบบ  ชีวิตมีความแน่นอน สามารถวางแผนได้ไปจนถึงแก่เฒ่า  บ้างก็ว่ามั่นคงปลอดภัยดี   บ้างก็ว่าน่าเบื่อไร้สีสัน
 


ดังนั้น ถ้าไปอิตาลีต้องรู้จักคนไว้ให้มาก ๆ  ถ้าอยากได้อะไรให้ขอ ถ้าเป็นพวกเดียวกันหรือผลประโยชน์ลงตัวก็มักจะได้        
 
ถ้าไปเยอรมันต้องรู้ระเบียบปฏิบัติ   สิ่งใดถ้าเป็นสิ่งที่พึงจะได้อยู่แล้วหากขอก็จะได้แน่นอน    แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่พึงจะได้   ถึงรู้จักกันดีแค่ไหนก็ขอไม่ได้   และการขอในสิ่งที่ไม่ควรได้รังแต่จะทำให้เสียมิตรภาพ   การคอรัปชั่นในเยอรมันจึงทำได้ยากมาก เพราะว่าคนอื่นที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยอยากร่วมมือด้วยถ้ารู้ว่ามันผิด
 
 
การจะเปลี่ยนให้คนอิตาลีกลายมามีนิสัยแบบคนเยอรมัน แทบไม่มีทางเป็นไปได้   ผมจินตนาการไม่ออกว่า ประเทศอิตาลีจะกลายเป็นประเทศที่มีความเคร่งครัด   คนใช้ชีวิตอยู่กับระบบ   แต่ละคนแยกจากกันเป็นอิสระส่วนตัว   และทำให้ชีวิตประจำวันมีความแน่นอนสูงได้อย่างไร   นอกจากจะโดนสาปให้กลายเป็นเครื่องจักรกันทั้งประเทศ
 
ผมก็ไม่เห็นทางที่คนเยอรมันจะหลุดพ้นออกมาจากการใช้ชีวิตกับระบบ   หากวันไหนระบบรวน ทั้งประเทศก็จะรวนไปหมด   ผู้คนจะโวยวายถึงความไม่มีเสถียรภาพของระบบ และเรียกร้องให้เสถียรภาพกลับคืนมาให้เร็วที่สุด    ระบบที่ไม่มีเสถียรภาพก็เท่ากับทำให้คนเยอรมันเหมือนต้องคำสาปให้เกิดความโกลาหลอลหม่านไปทั่ว
 
ผมก็มองไม่เห็นทางที่จะเปลี่ยนให้คนไทยกลายมีนิสัยเป็นแบบคนเยอรมัน   คนไทยก็เป็นคนไทยอยู่อย่างนี้   เราก็มีน้ำใจแบบของเรา   ทำอะไรตามใจบ้างนิดหน่อย เคารพสิทธิ์คนอื่นนิดหน่อย ละเมิดกันบ้างก็มี   ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไป   ใช้พวกพ้องช่วยเหลือกัน   พวกใครก็พวกใคร   ถ้าพวกเดียวกันมาขอก็ต้องคิดละ   จะปฏิเสธไปทันทีก็คงไม่ได้   เรื่องการเกื้อกูลอุปถัมภ์กันมีมาแต่ไหนแต่ไร   เราไม่มีทางทำให้มันหายไปได้   หากหายไป   คนไทยก็คงไม่ใช่คนไทยแล้ว   คงเหมือนต้องคำสาปให้กลายเป็นเครื่องจักร
 


ก่อนผมเดินทางไปอิตาลีผมไม่คิดอย่างนี้   ผมคิดว่าคนไทยสามารถมีระเบียบวินัยแบบคนเยอรมันได้   แต่เมื่อไปเห็นคนอิตาลีมา   ผมเข้าใจโลกนี้มากขึ้น   และเข้าใจคนบนโลกนี้มากขึ้น    คือ   คนอิตาลีเขาก็เป็นแบบอิตาลี   คนเยอรมันเขาก็เป็นแบบเยอรมัน   และคนไทยก็เป็นแบบคนไทย   ไม่สามารถทำให้เหมือนกันได้   และไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน   เพราะแต่ละชาติต่างก็มีจุดอ่อนจุดแข็งในวัฒนธรรมและพฤติกรรมที่ต่างกันออกไป   ไม่มีชนชาติใดที่ดีเลิศจนไม่มีจุดอ่อน และไม่มีชนชาติใดที่ด้อยจนไม่มีข้อดีอะไร  
 
การเดินทางไปหลาย ๆ ประเทศจึงเปิดโลกทัศน์ให้ผม   และผมคิดว่าข้อค้นพบจากทริปอิตาลีเรื่องนี้    ทำให้ทริปนี้คุ้มค่ามากสำหรับชีวิตผม  
 
ผมมองโลกอย่างที่มันเป็น   มองคนบนโลกอย่างที่ทุกคนเป็น  และไม่พยายามหลอกตัวเองว่าเราเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ได้   หากแต่พยายามจะดึงข้อดีหรือจุดแข็งของวัฒนธรรมนั้น ๆ มาใช้ประโยชน์ให้ได้เต็มที่มากกว่า   และพยายามป้องกันไม่ให้จุดอ่อนมาสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น   ผมว่าความเข้าใจอย่างนี้น่าจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาบ้านเมือง   มากกว่าที่จะพยายามเปลี่ยนให้คนไทยต้องกลายไปเป็นคนเยอรมัน   ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ และไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น   เพราะเมืองไทยย่อมเจริญได้แบบไทย ๆ   แบบที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้   แต่ทำอย่างไรให้เราคนไทยเดินหน้าไปได้เรื่อย ๆ     เสริมสร้างค่านิยมที่ดีทีละนิด ๆ    และพยายามเบนความสนใจของเยาวชนให้เข้ารูปเข้ารอยไปในทางที่ถูกที่ควรมากขึ้นทีละนิด ๆ     แนวคิดอย่างนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับสังคมไทย  
 


แต่เราไม่มีทางไปถึงจุดที่คนเยอรมันเป็น   เราไม่มีทางที่จะไปถึงจุดที่ไม่มีระบบอุปถัมภ์ และเราไม่มีทางไปถึงจุดที่ไม่มีคอรัปชั่น   เพียงแต่เราลดได้ ปรามได้   สร้างกลไกในการป้องปรามและปราบปราม   เราบั่นทอนกำลังของการใช้เครือข่ายพวกพ้องในทางไม่ดีไม่สุจริต   พยายามให้คนร่วมมือน้อยลงในการทำผิดหรือปกป้องคนผิด  
 
การสลายเครือข่ายคนกระทำผิด และการสร้างเครือข่ายของคนทำประโยชน์ จะเป็นหนทางที่จะทำให้เมืองไทยพัฒนาได้   เพราะในเมื่อเราใช้ระบบพวกพ้องเครือข่าย   เราก็ต้องมุ่งสร้างหรือทำลายไปตรงที่เครือข่าย    ไม่ใช่สร้างระบบที่จะป้องกัน   เพราะระบบถึงจะดีแค่ไหน หากเครือข่ายช่วยกันแทรกแซงระบบย่อมทำให้ระบบทำงานไม่ได้   
 
หากเครือข่ายของผู้กระทำผิดใหญ่กว่าหรือมีอิทธิพลมากกว่าเครือข่ายของคนทำประโยชน์ก็ถือว่าประเทศไทยโชคร้ายไป    ถ้าฝ่ายทำความดีไม่รวมพลังกัน และไม่สามารถสลายกำลังของฝ่ายทำไม่ดี   ก็เท่ากับว่ายอมรับที่จะอยู่ในสังคมที่ไม่ดี   ก็จำเป็นต้องยอมรับกติกาของคนไม่ดี   ความเดือดร้อนวุ่นวายก็จะตามมาแก่บ้านเมืองของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้    การคอรัปชั่นก็จะทำได้อย่างไม่มีใครว่ากล่าว   เพราะแต่ละคนเป็นใจให้กันและปกป้องกันเมื่อมีการตรวจสอบ   คนไทยก็จะจ่ายภาษีไปฟรี ๆ โดยไม่ได้อะไรที่เป็นบริการสาธารณะดี ๆ คืนกลับมา
 
หากเครือข่ายของผู้ทำความดีใหญ่กว่าคนทำไม่ดี   การคอรัปชั่นก็จะน้อยลง เพราะว่าคนต่อต้าน ไม่มีใครคอยปกป้อง  รู้ถึงไหนก็โดนต่อต้านและไล่ล่าถึงนั่น   แบบนี้ประเทศไทยก็จะเดินหน้าไปสู่ค่านิยมที่ดีได้
 

เมืองไทยจึงไม่ได้อยู่ที่ระบบ   เมืองไทยอยู่ที่เครือข่าย   และอยู่ที่การสร้างหรือทำลายเครือข่าย
 
 
 




 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ