Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home Tourism Logistics Conceptual framework of tourism logistics แนวคิดเรื่องการขนส่งนักท่องเที่ยวและวัตถุสิ่งของ (Physical flow) ของ Lumsdon and Page
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















Print E-mail

แนวคิดเรื่องการขนส่งนักท่องเที่ยวและวัตถุุสิ่งของ (Physical flow) ของ

Lumsdon and Page


              Les Lumsdon และ Stephan J. Page เป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในยุโรป หนังสือที่ท่านทั้งสองร่วมกันเป็นบรรณาธิการในปี ค.ศ. 2004 มีชื่อว่า Tourism and Transport: Issues and Agenda for the New Millennium ซึ่งในบทที่ 1 ของหนังสือ คือ บทที่ว่าด้วยความก้าวหน้าในงานวิจัยเรื่องการขนส่งสำหรับการท่องเที่ยว (Progress in transport and tourism research) หน้า 15 ได้ให้แนวคิดเรื่องหัวข้อในการวิเคราะห์คุณภาพของการขนส่งสาธารณะ (The public transport quality matrix) ไว้จำนวน 8 หัวข้อ ดังนี้
 


             1) สิ่งที่มีให้บริการ (Availability)
             2) การเข้าถึง (Accessibility)
             3) ข้อมูลข่าวสาร (Information)
             4) เวลา (Time)
             5) ความเอาใจใส่นักท่องเที่ยว (Customer care)
             6) ความสะดวกสบาย (Comfort)
             7) ความปลอดภัย (Security)
             8) ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Environment)


 ในหนังสือเล่มเดียวกันบทอื่น ๆ มีสาระสำคัญของความแตกต่างระหว่างการขนส่งสำหรับการท่องเที่ยวกับการขนส่งสินค้า ดังนี้
  
            1) การท่องเที่ยวมีการเดินทางทั้งขาไปและขากลับมายังแหล่งที่อยู่ของนักท่องเที่ยวเอง
            2) การเดินทางมีคุณค่าในตัวเอง เพราะเป็นการเดินทางแบบเพลินไปชมไป ไม่ใช่เพียง การย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง  
            3) การท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องมีจุดหมายปลายทางเสมอไป เพราะบางทีการเดินทางคือการท่องเที่ยว  
            4) วิธีการเดินทางมีหลายแบบให้เลือก แต่ตัวเลขสถิติบอกได้ยากว่านักเดินทางคนไหนเป็นนักท่องเที่ยวหรือเป็นคนเดินทางเพื่อทำงาน
            5) การเดินทางแบบโหด ๆ อาจจะไม่เหมาะกับนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่สุขภาพไม่อำนวย เพราะแรงจูงใจในการท่องเที่ยวส่วนหนึ่งคือ การผ่อนคลาย และการหลีกหนีจากความเหนื่อยล้าจากการทำงาน การเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวจึงควรต้องสะดวกสบายพอสมควรแก่สุขภาพนักท่องเที่ยว
            6) นักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยจะต้องการเรื่องประสิทธิภาพในการเดินทางมาก
            7) วิธีการเดินทางบางอย่างให้ความพอใจมากแต่ราคาอาจจะสูงมากเช่นกัน ทำให้นักท่องเที่ยวแม้ต้องการจะใช้บริการก็ไม่สามารถใช้บริการได้ เป็นการจำกัดระดับของนักท่องเที่ยวไปในตัว
            8) การเดินทางท่องเที่ยวมักก่อให้เกิดความขัดแย้งเรื่องการแย่งใช้ทรัพยากรทางด้านการจราจรระหว่างนักท่องเที่ยว คนท้องถิ่น และคนที่เดินทางเข้ามาทำงานจากเมืองอื่น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการต่อต้านการท่องเที่ยวขึ้นได้
            9) การเติบโตของแหล่งท่องเที่ยวจากระดับท้องถิ่นเป็นระดับชาติและระดับโลก ก็ต้องการระบบการขนส่งที่เติบโตตามกันไปด้วย
            10) สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในเรื่องการขนส่งนักท่องเที่ยวคือการเดิน เพราะนักท่องเที่ยวเป็นสินค้าเพียงประเภทเดียวที่เดินไปไหนมาไหนเองได้ ดังนั้นควรจะจัดให้มีพื้นที่สำหรับคนเดิน เส้นทางคนเดิน หรือถนนคนเดิน  
            11) เมื่อนักท่องเที่ยวเดินไปในทิศทางไหน หรือเดินไปถึงไหน ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจมักจะตามไปที่นั่นด้วย กระแสลมทางเศรษฐกิจจะเปลี่ยนทิศทางเมื่อนักท่องเที่ยวเปลี่ยนเส้นทางการเดิน
            12) นักเศรษฐศาสตร์สามารถใช้เครื่องมือบางอย่าง เช่น incentives และ disincentives เพื่อบีบให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนทิศทางการเดิน เปลี่ยนวิธีการเดินทาง และเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยว


            ผู้ช่วยศาสตราจารย์คมสัน สุริยะ ได้แบ่งพื้นที่การวิเคราะห์เรื่องโลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยวไว้สามส่วน คือ หนึ่ง เข้าสู่สถานที่ท่องเที่ยว สอง อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยว และสาม ออกจากสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งเรียกแนวคิดนี้ง่าย ๆ ว่า ?เข้าสู่ อยู่ และออกจาก? ซึ่งอ้างอิงอยู่ในผลงานวิจัยทั้งสองเล่ม คือ มิ่งสรรพ์ และคณะ (2551) และ คมสัน ศิริพร และกันต์สินี (2551) ดังนั้นในบทความนี้จึงจะได้วิเคราะห์หัวข้อทั้ง 8 เรื่องตามแนวคิดของ Lumsdon and Page (2004) และแยกพื้นที่เป็นสามส่วนตามแนวคิดของผู้ช่วยศาสตราจารย์คมสัน สุริยะ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการวิเคราะห์

            การวิเคราะห์ด้วยวิธีนี้จำเป็นต้องยกเอาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใดแห่งหนึ่งมาเป็นกรณีศึกษา ซึ่งในบทความนี้ จะได้นำเสนอกรณีศึกษาจำนวน 9 เรื่องในสามประเทศ ดังนี้


             1) เมืองอินส์บรูค ประเทศออสเตรีย
             2) เมืองซาลส์บวร์ก ประเทศออสเตรีย
             3) กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
             4) กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
             5) เมืองบอนน์ ประเทศเยอรมนี
             6) เมืองเกอร์ทธิงเก้น ประเทศเยอรมนี
             7) นครแฟร้งเฟิร์ต ประเทศเยอรมนี
             8) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
             9) ยูโรดิสนีย์แลนด์ ประเทศฝรั่งเศส


 

 

 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ