Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ข้ามสาขา ภาษาและวัฒนธรรมเยอรมัน ภาษากายของชาวเยอรมัน
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ภาษากายของชาวเยอรมัน Print E-mail
คมสัน สุริยะ
19 เมษายน 2553

 
ภาษากายของชาวเยอรมันที่คนไทยไม่เข้าใจหรือตีความผิด

 
1. เมื่อเราหันไปคุยด้วยแล้วชาวเยอรมันทำหน้าบึ้งเข้าใส่เรา
 
คนไทยคิดว่า: คุยด้วยแค่นี้ไม่เห็นต้องทำหน้าบึ้ง หรือเขาอาจจะไม่อยากรับฟังเรื่องของเรา

แต่แปลว่า: เขาตั้งใจฟังเราอย่างจริงจัง   การฟังด้วยหน้ายิ้มแย้มหรือหัวเราะแปลว่าเขาไม่จริงจังกับเรื่องของเรา จริง ๆ คนเยอรมันชอบสนุกสนานและขี้เล่นเหมือนคนไทย แต่ตอนทำงานต้องสะกดกลั้นความขี้เล่นของตัวเองเอาไว้ด้วยสีหน้าที่จริงจัง หากใครทำเป็นเล่น พูดเล่น พูดไร้สาระ พูดโดยใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล หรือพูดคำไม่สุภาพ จะถูกมองว่าไม่ใช่มืออาชีพ
 

2. เมื่ออาจารย์สอนเสร็จ มองทั่วห้อง ไม่มีเสียงใด ๆ เกิดขึ้น แล้วเดินออกห้องไป
 
คนไทยคิดว่า: คนเยอรมันช่างเย็นชาเหลือเกิน

แต่แปลว่า: อาจารย์เข้าใจว่าทุกคนเข้าใจในสิ่งที่สอนแล้วจึงไม่มีใครถาม นักศึกษาเยอรมันหากไม่เข้าใจจะยกมือถามทันที   หากไม่ถามแปลว่าเข้าใจทั้งหมดแล้ว
 

3.  อาจารย์สั่งงานให้นักศึกษาทำในห้อง แล้วไม่เคยเดินมาดูเลย
 
คนไทยคิดว่า: อาจารย์ไม่สนใจเข้ามาดูนักศึกษาเลย

แต่แปลว่า: เขาไม่อยากคุกคามความเป็นส่วนตัวของนักศึกษา การเดินเข้ามาดูเป็นการรุกรานสิทธิส่วนบุคคลของนักศึกษา เพราะเหมือนกับว่านักศึกษาทำอะไรผิดที่อาจารย์ต้องรีบมาดู อาจารย์จะเกรงใจนักศึกษาไม่เดินเข้าไปก่อนเพราะจะทำให้เพื่อน ๆ คนอื่นคิดว่านักศึกษาคนนั้นทำอะไรผิดลงไปซึ่งอาจจะทำให้นักศึกษารู้สึกเสียหน้าได้   หากนักศึกษาต้องการให้อาจารย์ช่วยดูงานให้ต้องยกมือแล้วบอกว่าขอช่วยมาดูให้หน่อย   แล้วอาจารย์จะรีบมาทันที  หรือให้เดินออกมาแล้วเอางานให้อาจารย์ดู   จะถือเป็นสัญญาณว่าเป็นการร้องขอโดยนักศึกษา  เมื่อทำอย่างนี้แล้วอาจารย์จะบริการนักศึกษาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  บางทียังให้เวลานักศึกษาต่อไปถึงนอกเวลาปกติอีกหลายชั่วโมง  หรือจะนัดมาให้ดูอีกทีที่ห้องพักในวันอื่นก็ยังได้      ซึ่งเป็นภาพตรงกันข้ามกับความเย็นชาเมื่อแรกเห็นมาก
 

4. อาจารย์ไม่ติดต่อมาทวงงานเลย
 
คนไทยคิดว่า: อาจารย์ไม่ใส่ใจนักศึกษา คงมัวแต่ทำงานของตัวเองอยู่หล่ะสิ

แต่แปลว่า: เขาไม่อยากรบกวนสมาธิของนักศึกษา และไม่อยากคุกคามตารางเวลาของนักศึกษา เพราะคนเยอรมันชอบวางแผนไว้ล่วงหน้านานหลายเดือนหรือบางทีเป็นปี ดังนั้นหากอาจารย์ติดต่อมาเร่งงาน ย่อมอาจจะทำให้ตารางเวลาของนักศึกษารวนได้ และมีผลต่อสมาธิการทำงาน นอกจากนั้นการทวงงานเป็นเหมือนการตำหนินักศึกษาว่าทำงานล่าช้าและไม่เป็นมืออาชีพ       ดังนั้นหากไม่จำเป็นจริง ๆ    อาจารย์จะไม่ทวงงานนักศึกษา ซึ่งเป็นการแสดงออกว่าอาจารย์ยังให้เกียรติในความรับผิดชอบของนักศึกษาอยู่
 

5. พูดไว้ก่อนเลยว่าช่วยไม่ได้
 
คนไทยคิดว่า: โห ดักคอกันไว้ก่อนเลยเหรอ ช่างไม่มีน้ำใจ 
 
แต่แปลว่า:  เขาไม่อยากจะให้ความหวังในสิ่งที่เขาไม่มีอำนาจจะช่วยได้ เขาไม่อยากจะให้เราเสียเวลามาหวังลม ๆ แล้ง ๆ     สู้ให้เราเอาเวลาไปหาทางทำอย่างอื่นที่พอจะแก้ปัญหาได้จะดีกว่า
 

 
6. พูดเรื่องเงินตรง ๆ  ด้วยตัวเลขที่แน่นอน 
 
คนไทยคิดว่า: ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดเรื่องเงินเลย เรื่องเงินเรื่องเล็กหน่า
 
แต่แปลว่า: เราตกลงกันอย่างนี้ หากรับได้ก็ทำงานร่วมกันได้ หากรับไม่ได้ก็จะได้ไปหาคนอื่น ไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย และไม่ต้องมีเรื่องมากระทบกระทั่งกันทีหลัง  ดังนั้นจึงจะดีกว่าที่จะพูดกันให้ชัดเจนไว้ก่อนจะเริ่มงานใด ๆ   ดังนั้นหากทำงานกับคนเยอรมันแล้วมั่นใจได้เลยว่าเหนื่อยแล้วได้เงินตามที่พูดกันไว้ครบแน่นอน 



7. พูดกับเราโดยประหยัดคำพูดมาก  และตรงไปตรงมาเหลือเกิน
 
คนไทยคิดว่า: คงไม่อยากพูดกับเรา หรือไม่อยากเป็นเพื่อนเรา บางทีเหมือนไม่ถนอมน้ำใจเรา

แต่แปลว่า: เขาไม่อยากรบกวนเวลาของเรา เขาจึงพยายามพูดให้ตรงประเด็น การพูดมากถือเป็นการรบกวนและคุกคามการใช้เวลาของคนอื่น เขาถือว่าการช่วยรักษาเวลาให้คนอื่นถือว่าเป็นมารยาทที่ดี
 
 

สังคมเยอรมันจึงเป็นสังคมแบบเงียบ ๆ    คนไม่ค่อยทักและไม่ค่อยพูดกันมาก ในที่สาธารณะคนจะค่อนข้างเกรงใจกัน   เคารพสิทธิ์ของคนอื่น   มีความรับผิดชอบไม่ละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น   อีกทั้งชาวเยอรมันเป็นคนซื่อสัตย์ มัธยัสถ์ ไม่อวดร่ำอวดรวย และเคารพกติกา
 

แต่ภายใต้สังคมที่เงียบ ๆ แบบนี้ ชาวเยอรมันเป็นคนมีน้ำใจ   ผมเคยทำตั๋วรถเมล์ตก มีคนเก็บได้แล้ววิ่งเอามาส่งคืนให้อย่างรีบด่วน หรือเมื่อขอความช่วยเหลือ เขาก็จะรีบช่วย    หรือแม้แต่ขอความเห็นใจในเรื่องที่ไม่ร้ายแรงนักก็จะได้รับการอนุโลมตามฐานที่พอจะยอมให้กันได้ ชาวเยอรมันไม่ได้โหดร้ายแบบฟาดฟันใครแบบเอาเป็นเอาตาย   นอกจากเรื่องเดียวคือประตูรถไฟ   ถ้าปิดแล้วปิดเลย  ใครไปไม่ทันก็จงรอคันต่อไป
 

ชาวเยอรมันหาทางออกในการทำให้สังคมคึกคักในหลายรูปแบบ เช่น จัดงานเลี้ยงสังสรรค์กันขึ้นในกลุ่มคนทำงานร่วมกันในร้านอาหารที่เป็นที่ประจำของกลุ่ม   ชวนเพื่อน ๆ ไปทำอาหารทานกันที่บ้าน   รวมกันไปทานข้าวกลางวัน   นัดกันเล่นกีฬา นัดกันไปเที่ยวตลาดนัดที่จัดขึ้นตามเทศกาลต่าง ๆ   ซึ่งโดยมากก็จะต้อนรับเพื่อนใหม่เข้ากลุ่มด้วยงานแบบนี้   และหากอยากเป็นเพื่อนกับชาวเยอรมันมีเคล็ดลับอยู่ว่าให้ช่วยเขาทำงานที่ไม่ใช่หน้าที่ของเรา คือ อาสาช่วยเขาทำอะไรบางอย่างที่อาจจะหนักอยู่ เช่น ช่วยล้างจานเมื่องานปาร์ตี้เสร็จ (ปกติถือเป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้านเท่านั้น คนเป็นแขกกลับได้เลย) เมื่อเราแสดงน้ำใจอย่างนี้ก่อนแล้ว คนเยอรมันจะถือเราเป็นเพื่อนง่ายขึ้น
 
 


 
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ