Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home Tourism Logistics Conceptual framework of tourism logistics Checklist โลจิสติกส์การท่องเที่ยวชุมชน
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















Checklist โลจิสติกส์การท่องเที่ยวชุมชน Print E-mail
คมสัน สุริยะ
22 มีนาคม 2553
 

มีสถาบันการศึกษาชวนผมไปบรรยายเรื่องโลจิสติกส์การท่องเที่ยวชุมชน   ปีนี้ผมยังอยู่เยอรมันยังไปไม่ได้จริง ๆ แต่ขอบคุณมากที่กรุณาชวน เอาเป็นว่าถ้าปีหน้าถ้าอยู่เมืองไทยแล้วจะไปให้แน่นอนครับ    ตอนนี้ก็เลยฝากไปได้แต่ Checklist  สำหรับการตรวจสอบดูว่าโลจิสติกส์ของการท่องเที่ยวชุมชนแต่ละแห่งพอจะโอเคไหม
 
แต่ละข้อให้ตัวแทนของแต่ละหมู่บ้านที่มาร่วมสัมมนาตอบว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ นะครับ
 
1.    คนที่จะขับรถไปหมู่บ้านของท่าน   หลงทางไหม
 
ข้อนี้ท่านตอบไม่ได้แน่ เพราะว่าท่านคุ้นเคยกับทางไปบ้านท่านอยู่แล้ว ต้องให้ผมตอบครับ ไปมาแล้วกว่า 30 แห่ง   ตอบได้ดังนี้ (ขอขอบคุณทุกหมู่บ้านที่ยกมาเป็นกรณีศึกษา  ถือว่าเป็นครูให้ชุมชนอื่นนะครับ)
 
แม่กำปอง (เชียงใหม่)     หลงไปเรียบร้อยแล้ว ไปออกอีกฝากของภูเขาเลย 
สบวิน (เชียงใหม่)   ไม่หลง แต่ขับไปอย่างไม่มั่นใจเพราะไม่ถึงเสียที และกลางทางไม่มีอะไรบอก
เหมืองกุง (เชียงใหม่)   ไม่หลงเพราะมีคนโทยักษ์ แต่ไม่รู้จะยูเทอร์นตรงไหน เพราะอยู่ติดสี่แยกไฟแดงพอดี จึงเลยไปอีกไกล
สามขา (ลำปาง)   ขนาดว่ามีผู้เชี่ยวชาญบอกทางให้ ยังเกือบหลง
บ้านหลุก (ลำปาง) หลงไปอีกฝากของเมืองเลย เพราะป้ายบอกทางมันติดผิดด้าน   ผมโชว์รูปให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดูไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าแก้ไขหรือยังนะครับ  
ท่าล้อ (ลำปาง)    ใกล้เมืองแต่มีสิทธิ์ขับเลยไปได้
ม่อนเข้าแก้ว (ลำปาง) ทางเข้าเล็กมาก ถ้าไม่ได้คนแถวนั้นบอกทาง หลงไปแล้ว
ปลายโพงพาง (สมุทรสงคราม) ไม่หลง แต่กว่าจะถึงต้องโทรศัพท์ประสานกับทางหมู่บ้านหลายสิบที
 
 
ผมยังไม่มีผลวิจัยว่า นักท่องเที่ยวกี่เปอร์เซ็นต์ที่ถอดใจยกเลิกทริปเพราะว่าหาหมู่บ้านของท่านไม่เจอ ผมไม่สามารถเอาตัวเองเป็นเกณฑ์ได้เพราะว่ามีหน้าที่ต้องไปให้ถึงหมู่บ้านของท่าน   แต่เท่าที่ฟังเพื่อน ๆ ซึ่งพยายามขับรถไปเที่ยวกันเองก็พบว่ามีอยู่บางส่วนที่ถอดใจกลับเอาดื้อ ๆ เพราะไม่มั่นใจว่าขับไปต่อแล้วจะถึง  จริง ๆ เรื่องนี้น่าจะทำวิจัยเลย  ลองดูว่าผลของการหลงทางทำให้การท่องเที่ยวชุมชนเสียลูกค้าที่ควรจะได้ไปมากน้อยเท่าใด
 
เวลาที่จะทำให้คนมาหมู่บ้านท่านไม่หลง ท่านต้องลองขับไปหมู่บ้านอื่นที่ท่านไม่รู้จักมาก่อนเลย   แล้วดูว่าท่านต้องการอะไร   อย่างหนึ่งที่สำคัญมากก็คือป้ายบอกทาง    ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง    ปัญหาคือเมื่อท่านอยากได้แล้วจะไปของบประมาณที่ไหนมาจัดทำ   มีผู้เสนอว่าลองไปขอที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฯ  เพราะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว     แต่อีกสามร้อยปีท่านจะได้ป้ายหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้   ดังนั้นทำเองเถอะครับ     ลงทุนเล็กน้อย    ไม่ต้องเอาแบบแพงมาก      ทำให้พอใช้ได้และชัดเจน    แค่นี้ก็อาจช่วยเพิ่มลูกค้าได้มากแล้ว
 
 
2.   ไปถึงแล้วมีที่จอดรถไหม
 
ผมสังเกตว่าแต่ละหมู่บ้านที่ไปเยี่ยมหาที่จอดรถยากเหลือเกิน อย่างแรกก็คือเราไม่รู้ว่าต้องไปจอดที่ไหน อย่างที่สองก็คือ   มีที่จอดแต่เต็ม   อย่างที่สามก็คือ ไม่มีที่จอดเอาจริง ๆ    ท่านอาจจะไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาเพราะว่าเมื่อท่านขับรถกลับหมู่บ้านของท่าน   ท่านก็ไปจอดที่บ้าน   แต่นักท่องเที่ยวไม่มีบ้านให้จอดอย่างนั้น     ท่านจึงควรหาที่จอดรถเป็นสัดส่วนให้กับนักท่องเที่ยว   พร้อมกับมีป้ายบอกว่าที่นี่คือที่จอดรถนักท่องเที่ยวให้ชัดเจน   เป็นการป้องกันเรื่องนักท่องเที่ยวจอดรถเกะกะขวางทาง แล้วทำให้ลูกบ้านท่านไม่พอใจเอาด้วย   
 
3.   จอดรถไว้แล้วปลอดภัยไหม
 
แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น น้ำตก หรือ น้ำพุร้อน เมื่อเอารถไปจอดไว้แล้วเราอาจจะไม่แน่ใจว่าจะโดนแกล้งปล่อยลม โดนขูดสีรถ หรือโดนงัดรถหรือไม่    ทำให้ต้องไปซื้อของที่ร้านค้าแล้วฝากแม่ค้าคอยดูรถให้   ความกังวลเรื่องห่วงรถทำให้เที่ยวไม่สนุก   หากท่านจัดคนดูแลรถของนักท่องเที่ยวไว้อย่างดี อาจจะต้องเสียเงินค่าฝากรถสักหน่อย แต่ว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวอุ่นใจขึ้นได้ และเที่ยวอย่างสนุก
 
4.   ถ้ารถเสีย รถน้ำมันหมด รถโดนตะปู มีบริการช่วยเหลือไหม
 
ผมเคยเอารถไปแบตเตอรี่หมดกลางป่า โชคดีมีคนแถวนั้นมีเครื่องมือ คือ สายชาร์จที่จั๊มพ์เข้ากับแบตเตอรี่ของรถอีกคันหนึ่ง   ทำให้ออกจากป่ามาได้    แต่เรื่องน้ำมันหมดกับเรื่องโดนตะปูไม่เคยเกิดขึ้นกลางป่า    ทว่าหากเกิดเรื่องเหล่านี้แล้วหมู่บ้านท่านมีความพร้อมที่จะดูแลนักท่องเที่ยวให้เดินทางกลับได้หรือไม่   
 
5. ขากลับ หากกลับตอนค่ำมืด จะหลงไหม
 
โดยมากเมื่อไปถึงหมู่บ้านได้ก็น่าจะกลับได้ถูก   แต่ก็ไม่แน่หากกลับตอนกลางคืนมืด ๆ เปลี่ยว ๆ      จะหาคนถามทางก็ไม่ได้     จะหาป้ายที่เห็นชัด ๆ ก็ไม่มี   ทางแยกทางโค้งก็เหมือน ๆ กันไปหมด   แบบนี้หากพลาดสักแยกหนึ่งก็ได้หลงกันกลางป่าแน่   ท่านเองไม่มีทางหลงอยู่แล้วเพราะว่าเป็นบ้านของท่าน แต่นักท่องเที่ยวไม่คุ้นทางก็น่าจะมีป้ายสะท้อนแสงบอกให้เขาเห็นในจุดที่สำคัญ   เขียนชัด ๆ ว่า ทางไปตัวเมือง แล้วมีลูกศรชี้   แค่นี้นักท่องเที่ยวก็จะรู้สึกขอบคุณมาก   และคิดว่าท่านเอาใจใส่พวกเขาเป็นอย่างดี
 
6. โค้งอันตรายควรบอกด้วย
 
ตอนกลางคืนเป็นช่วงอันตรายหากต้องขับรถบนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย   หากมีโค้งอันตรายที่รถมีโอกาสที่จะตกดอย หรือตกหลุมใหญ่ หรือแหกโค้ง ควรมีป้ายเตือนล่วงหน้า   ผมขับไปที่ไหนครั้งแรกก็ต้องตกหลุมตูมตามหลายครั้ง   กว่าจะรู้จักหลบก็ต้องขับไปหลาย ๆ รอบ ดังนั้นหากสภาพถนนไม่ดีหรือควรระวัง   ก็ควรบอกนักท่องเที่ยวด้วย   จะขอบคุณมาก
 
7. ทางอันตรายไม่ควรให้นักท่องเที่ยวขับรถเข้าไป
 
ทางที่ชันมาก  หรือทางที่แคบมาก  หรือทางที่ลื่นมากเพราะเป็นโคลน   ซึ่งมีโอกาสที่รถจะไหลกลับ หรืออาจจะพลาดตกดอย หรืออาจจะสวนกันไม่พ้น   ทางเหล่านี้ท่านอาจจะคิดว่าไม่มีปัญหาเพราะท่านเคยชินกับเส้นทางอยู่แล้ว แต่หากท่านรู้สึกว่านักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ไม่เคยชินเส้นทางอาจจะไม่ปลอดภัย    ทางที่ดีควรมีป้ายบอกว่าห้ามนักท่องเที่ยวขับเข้าไป    หรือห้ามขับผ่านจุดนี้   ซึ่งจะดีกว่าปล่อยให้นักท่องเที่ยวขับเข้าไปแล้วไปเสี่ยงดวงเอาข้างหน้า หากเกิดปัญหามาแล้วจะแก้ไขลำบากนะครับ    ถ้านักท่องเที่ยวอยากเข้าไปจริง ๆ ให้เดินเข้าไป หรือให้เช่ามอเตอร์ไซค์จากทางหมู่บ้านจะดีกว่า
 
ในตอนต่อไปเรามาดูเรื่องโลจิสติกส์สำหรับการเดินเที่ยวเล่นในหมู่บ้านกันครับ  
 
 
 


 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ