Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home เพลิน คิดเพลิน ๆ คำถามวิจัยที่น่าหาคำตอบมากที่สุดอย่างหนึ่ง
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















คำถามวิจัยที่น่าหาคำตอบมากที่สุดอย่างหนึ่ง Print E-mail
คมสัน สุริยะ
23 กุมภาพันธ์ 2553
 
 
ผมอยากรู้ว่าเรามองเห็นอนาคตได้อย่างไร   วันนี้ผมมีโอกาสได้ศึกษาเรื่องวัตถุ 4 มิติ (4D) ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่าเราอาจจะสามารถหาคำตอบได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์
 
 
วัตถุ 4 มิติสามารถอธิบายได้อย่างเป็นคณิตศาสตร์คือ สิ่งที่สามารถให้เงาออกมาเป็นสามมิติ  
 

นิยามเช่นนี้เกิดขึ้นเพราะ   วัตถุสามมิติ คือ สิ่งที่ให้เงาออกมาเป็นสองมิติ   นั่นก็คือโลกที่เราอยู่ ๆ กันนี่เอง
 

หากไม่อธิบายแบบคณิตศาสตร์   เราอาจจะตีความได้ว่า มิติที่ 4  คือ เวลา
 

เมื่อวัตถุสามมิติเคลื่อนผ่านเวลา ก็เท่ากับว่าโลกนี้ประกอบไปด้วยสี่มิติ
 

สี่มิตินี้เรียกทาง Metaphysics ว่า Time and Space คือ   กาละ และ เทศะ
 

ในทางคณิตศาสตร์เชื่อว่า หากสิ่งมีชีวิตที่เป็นวัตถุ 4 มิติ มองมายังมนุษย์ที่เคลื่อนไหวอยู่ในเวลา เขาจะเห็นเรื่องทั้งหมดเป็นวัตถุสามมิติ   คือ   มีมนุษย์ซึ่งหน้าตาจะออกมาเป็นเงาสองมิติ แล้วก็มีเวลาอีกมิติหนึ่ง รวมแล้วเป็นสามมิติ
 

อุปมาเหมือนเรามองจากอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสนาม แล้วเห็นคน ๆ หนึ่งวิ่งจากเส้นเริ่มต้นไปยังเส้นชัยในการแข่งขันวิ่งร้อยเมตร    เราซึ่งเป็นวัตถุสามมิติ  จะลำดับภาพของการวิ่งเป็นสองมิติ คือ มีคนวิ่ง และมีฉากแบน ๆ เป็นฉากหลัง  แล้วเห็นคนวิ่งจากซ้ายไปขวา
 

แต่ถ้ามีสิ่งชีวิตที่เป็นวัตถุ 4  มิติ   เขาจะเห็นอีกมิติหนึ่งคือเวลาด้วย   แปลได้ง่าย ๆ ว่าเขาจะเห็น อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ไปพร้อม ๆ กัน   โดยมีเราเป็นตัวละครอยู่ในมิติของเวลาเหล่านั้นทั้งหมด



คำอธิบายเรื่องวัตถุสี่มิติ  คลิ๊กที่นี่เพื่อฟังการบรรยาย   (Youtube)



ปัญหาอยู่ที่ว่า   ถ้าเราเชื่อเช่นนี้ก็หมายความว่า ทุกสิ่งถูกกำหนดมาแล้ว   อนาคตได้ถูกกำหนดมาแล้ว 
 

แต่ถ้าหากเราไม่เชื่อเช่นนี้แล้วจะตอบได้หรือไม่ว่าทำไมบางครั้งมีผู้สามารถทำนายอนาคตของเราได้อย่างแม่นยำราวกับได้เห็นอนาคต
 

บางทีกลไกเรื่องมิติที่สี่อาจจะตอบเรื่องเหล่านี้ได้  
 

ในทางคณิตศาสตร์มันเหมือนมีโลกซ้อนอยู่เหนือกว่าโลกของเรา คือ มีวัตถุบางอย่างที่ครอบโลกของเราอยู่   ขอให้ดูวีดีโอนี้ประกอบ   โลกของเราเปรียบเสมือนทรงสี่เหลี่ยมที่อยู่ด้านใน ส่วนวัตถุด้านนอกนั้นคือ วัตถุสี่มิติที่ให้เงามาเป็นสามมิติเสมอ
 
 
 
  
คำตอบในเรื่องเหล่านี้อาจจะทำให้เรารู้ว่าการมองเห็นอนาคตเป็นไปได้อย่างไร   จริงหรือที่อนาคตของเราถูกกำหนดมาแล้ว              ตายแล้วไปไหน   และอาณาจักรของวิญญาณเป็นอย่างไร
 

ทำไมเราควรจะตอบสิ่งเหล่านี้   ก็เพราะว่าจะได้เป็นการเตือนสติคนไม่ให้ทำบาป   ไม่ให้หวังลาภ ยศ เงินทอง สรรเสริญ มากจนกระทั่งไม่เกรงกลัวต่อบาป   อีกทั้งยังจะเป็นการส่งเสริมให้คนทำบุญ   ทำความดี  และเสียสละเพื่อคนอื่นมากขึ้นด้วย  


สิ่งที่ตามมาคือ  เราอาจจะสามารถทำลายโลกที่ต้องซื้อขายกันด้วยเงินตรา  โลกที่คลั่งเงิน   แล้วหันมาเป็นโลกของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  คนที่เก่งที่สุดก็จะเลือกเรียนในสิ่งที่ช่วยเหลือคนอื่นได้มากที่สุด  โดยไม่ถูกล่อลวงจากแรงยั่วยุของกลไกราคาและความมั่งคั่งเรื่องเงินตราอีกต่อไป   โลกนี้จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคำถามจะน่าสนใจและน่าค้นหา แต่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าอย่ามัวแต่พยายามหาคำตอบเรื่องเหล่านี้เพราะจะเสียเวลาไม่ได้ปฎิบัติความดี   เราเรียกคำถามวิจัยอย่างนี้ว่าอจินไตย คือ เพียรหาไปก็อาจจะหาคำตอบไม่เจอ เพราะยากเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะเข้าใจ    พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนว่า   ให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส ก็เพียงพอแล้ว     ไม่จำเป็นต้องเข้าใจอะไรมากกว่านี้   ถ้าทำสิ่งเหล่านี้แล้วจะดีเองไม่ว่าเรื่องมิติที่เหนือกว่าโลกจะเป็นอย่างไรก็ตาม
 



 
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ