Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ทางข้างหน้า อาชีพนักวิจัย ความรู้สึกที่ไม่ได้ทุนวิจัย
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ความรู้สึกที่ไม่ได้ทุนวิจัย Print E-mail
คมสัน สุริยะ
12 มกราคม 2553
 
 


วันนี้มีท่านผู้อ่านเข้ามาอ่านเว็ป www.tourismlogistics.com  เป็นสถิติใหม่ โดยอ่านมากถึง 138 หน้าในคราวเดียว ใช้เวลาในเว็ปนานถึง 1 ชั่วโมง 8 นาที กับอีก 54 วินาที ก็ขอบคุณมากครับสำหรับเสียงตอบรับของท่าน แต่เรื่องที่น่าเห็นใจก็คือ เขาค้นหาด้วยคำว่า ?ความรู้สึกที่ไม่ได้ทุนวิจัย?



 
 
ผมเข้าใจนักวิจัยที่ไม่ได้ทุนวิจัยเพราะก็เคยเหมือนกัน ตอนนั้นยังไม่ได้ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์   และยังไม่ได้เป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ดีเด่นด้วย   แต่ไฟแรง เห็นมีทุน ๆ หนึ่งน่าสนใจก็ส่ง Proposal  ไปแข่ง แถมไม่พอเขายังให้ไปประชุมและนำเสนอปากเปล่า   ผมก็ทำทุกอย่างที่คิดว่าน่าจะดีแล้ว และฝันว่าจะเป็นการหาทุนวิจัยได้เองเป็นครั้งแรกตั้งแต่อายุยังน้อย   แต่ลงเอยที่ไม่ได้ทุน กระนั้นก็ตกไม่เจ็บเพราะเราโนเนมจริง ๆ
 


 
อาจารย์มิ่งสรรพ์สอนว่า ทุนวิจัยถ้าจะได้ก็เพราะเขาจะให้   เขาเจาะจงจะให้เราทำ เพราะเขาเชื่อมือเรา เชื่อถือในตัวเรา   ถ้าเขาไม่เชื่อมือเราหรือไม่เชื่อถือเรา ต่อให้เราเก่งแค่ไหนเขาก็ไม่ให้   เหมือนกับผู้รับเหมาก่อสร้าง ถึงเราจะเคยสร้างรถไฟฟ้ามหานคร แต่ถ้าเจ้าของบ้านไม่เชื่อมือเรา เราก็ไม่ได้สร้างบ้านให้เขา  



 
 
ทุนแบบที่ต้องไปแข่งกันในเวทีเปิดนั้นที่สำคัญคือ ทุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)        ทุนนี้ยินดีต้อนรับนักวิจัย โนเนม   หากคุณมี Proposal ดี ๆ เข้าท่า ๆ เข้าตากรรมการแล้วก็จะได้รับการพิจารณาอย่างจริง ๆ จัง ๆ    เพื่อนผมคนหนึ่งส่งไปแบบเดี่ยว ๆ โดยไม่มีบิ๊กเนมเป็นแบ๊กให้เลยแม้แต่คนเดียว ประวัติการเป็นนักวิจัยก็มีบ้างแต่น้อยมาก รางวัลอะไรไม่เคยได้   แต่ก็ได้เกรด A จากการพิจารณาของคณะกรรมการ เพราะ Proposal ของเขาดี นับว่าเป็นทุนที่ตรงไปตรงมา ไม่มีนอกไม่มีใน   ทุกคนเท่าเทียมกัน
 


 
ถ้าถามผมว่า เกิดผมไม่ได้ทุนวิจัยปีใดปีหนึ่งแม้แต่ทุนของ วช. ผมจะรู้สึกอย่างไร คำตอบมีดังนี้



 
1. ก่อนอื่นก็จะรู้สึกเสียหน้านิดหน่อยที่เราไม่ได้ แต่นักวิจัยท่านอื่นได้     ก็คงจะค่อย ๆ เดินไปทักนักวิจัยในสำนักงานเดียวกันที่ได้ทุนทีละคน   จับมือแล้วก็พูดแสดงความยินดี    สีหน้าก็คงเศร้า ๆ นิดหน่อย    แต่ก็คงยิ้ม ๆ หัวเราะ ๆ ได้อยู่     แล้วก็บ่นเล็กน้อยพอเป็นกระสัยว่าปีนี้ทำไมไม่ได้  สงสัยมือตก   เพื่อน ๆ พี่ ๆ ก็จะแซวว่ายักษ์ล้ม    ก็ไม่เป็นไรทีมฟุตบอลใหญ่ ๆ ก็ยังตกรอบเอฟเอคัพได้    จากนั้นก็จะคะยั้นคะยอให้คนได้ทุนเลี้ยงข้าวเย็น
 



2. ต่อมาก็คงจะต้องมาคิดว่าจะต้องปล่อยตัวนักวิจัยในสังกัดไปให้ทีมอื่นยืมใช้ เพราะไม่รู้จะหาเงินเดือนที่ไหนมาจ่ายเขา ก็ต้องให้เขาไปรับเงินเดือนจากโครงการของคนอื่น   ก็ต้องคิดว่าจะโฆษณาถึงความสามารถของนักวิจัยเหล่านั้นอย่างไรให้หัวหน้าโครงการอื่นสนใจรับไว้ทำงานด้วย   แต่ถ้าไม่มีใครเอาจริง ๆ ก็คงต้องคุยกับพวกเขาว่าให้เตรียมตัวหางานอื่นทำได้แล้ว



 
3. พอจัดการกับเรื่องนักวิจัยในสังกัดเสร็จแล้วก็คงจะได้มาคิดว่าปีนี้สบาย ไม่ต้องทำวิจัยละ จะได้เอาเวลาไปเขียนตำราเสียที   นอกจากนั้นก็จะได้เอางานวิจัยที่ทำไว้แล้วมาเขียนเป็น Paper  ลงวารสาร    ถือว่าได้กำไรไปอีกแบบ    เพราะเมื่อก่อนแทบไม่ได้หยุดหายใจหายคอเลย สิ้นปีงบประมาณหนึ่ง เดี๋ยวงบประมาณปีต่อไปก็มาอีกแล้ว    ถ้าไม่ได้เงินวิจัยสักปีหนึ่งชีวิตก็จะสบายขึ้น
 
 


ในทางตรงกันข้าม   หากถามผมว่า ถ้าได้ทุนวิจัยแล้วจะรู้สึกอย่างไร คำตอบมีดังนี้



 
1. อันดับแรกสุดก็ต้องดีใจเป็นธรรมดา   ไชโย ! ได้อีกแล้ว   แสดงว่ามือยังไม่ตก   จากนั้นก็จะมีเพื่อน ๆ นักวิจัยทยอยกันมาแสดงความยินดี   รวมทั้งคนที่ไม่ได้ทุนด้วย เราก็คงต้องปลอบเขาว่าไม่เป็นไร ยังมีทุนอื่นเหลือให้ลุ้นอีกหลายทุน   จากนั้นหากใครคะยั้นคะยอให้เลี้ยงข้าวเย็นก็คงต้องพากันไป
 



2. ต่อมาก็ต้องนับจำนวนนักวิจัยที่จะยังทำงานกับเราอยู่ในปีนี้ ใครยังอยู่ ใครจะไปเรียนต่อ ใครได้งานที่อื่น เบ็ดเสร็จเหลือกี่คน    เตรียมทำหนังสือขออนุมัติจ้างไปอีกหนึ่งปี   แล้วก็มานั่งคิดคร่าว ๆ ว่าจะทำอะไรก่อนหลังเพื่อให้งานเสร็จทันเวลา ใครจะต้องทำอะไรบ้าง จะรวมกำลังช่วยกันทำในส่วนไหน หรือจะแยกกันทำในส่วนไหน



 
3. สุดท้ายก็ต้องมานั่งคิดอีกแล้วว่าปีนี้ได้เหนื่อยกันอีกแล้ว ไม่ได้หยุดได้หย่อนเลย งานเดิมก็ยังปิดไม่เสร็จ งานใหม่ก็จะเข้ามาอีกแล้ว   ก็คงต้องเตรียมทำใจว่าต้องสู้กันต่อไป ก็ดีกว่าไม่มีงานทำ
 





 
อย่าคิดมากครับ   ท่านที่ปีนี้ไม่ได้ทุนวิจัย    ก็ถือว่าได้พักผ่อนสบาย ๆ สักปีหนึ่ง    เพราะการได้ทุนหรือไม่ได้ทุนก็ไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้นหรือจนลง    เนื่องจากทุน วช. ไม่มีค่าตอบแทนให้กับหัวหน้าโครงการ    อย่างมากปีนี้ก็ไม่ได้สองขั้นก็เท่านั้นเอง      ถ้าท่านยังอยากทำวิจัยอยู่ก็เขียน Proposal เสนอไปใหม่    คราวหน้าก็เขียนเผื่อไว้เยอะ ๆ ส่งไปหลาย ๆ ที่      ลองดูอีกที      มันก็ต้องได้สักปีแน่นอนครับ    แต่ถ้าไม่อยากทำวิจัยแล้วไม่ว่ากัน      แต่หากวันไหนเปลี่ยนใจอยากกลับมาทำวิจัยใหม่ก็เขียน Proposal ส่งมาใหม่      กรรมการรอพิจารณาอยู่ทุกปีอยู่แล้ว     เงินวิจัยปีละหนึ่งพันล้านบาทของเมืองไทยไม่ถูกรัฐบาลตัดหายไปไหนหรอกครับ      สู้ใหม่นะครับ       ผมขอร่วมเป็นกำลังใจให้เพื่อนร่วมวงการวิจัยทุกท่านมีแรงกลับมาสู้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง      วงการวิจัยไทยหากขาดท่านไปก็เหมือนขาดสีสันนะครับ
 
 
 
 



 
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ