Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ตำราเรียน แนะแนวการทำวิทยานิพนธ์ หัวข้อการวิจัยทางเศรษฐศาสตร์
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















หัวข้อการวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ Print E-mail
คมสัน สุริยะ
16 ธันวาคม 2552
 


 
ปีนี้กำลังจะล่วงไปปีใหม่กำลังจะเข้ามา เว็ปไซต์ www.tourismlogistics.com  ก็ทำหน้าที่ให้บริการด้านวิชาการมาได้พอสมควรในเรื่องวิธีการทำวิจัย (เช่น ซีรีย์เกร็ดการทำวิจัย) เครื่องมือในการวิจัย (เช่น ซีรีย์แบบจำลองสำหรับการวิจัย) และอีกเรื่องที่สำคัญคือหัวข้อวิจัย  ซึ่งในเรื่องหัวข้อวิจัยนั้นเท่าที่เว็ปนี้ได้นำเสนอมาในเรื่องการตั้งหัวข้อวิจัยมีบทความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องดังนี้
 

  • เริ่มต้นต้องตอบให้ได้ว่าทำวิจัยไปทำไม (Link)
  • ทำอย่างไรเมื่ออาจารย์สั่งให้ไปหาหัวข้อวิทยานิพนธ์ (Link)
  • ทำวิจัยที่เรารู้เรื่อง แต่ไม่ใช่ที่รู้แล้ว (Link)
  • ทำวิจัยที่ช่วยปลดล็อค (Link)
  • ทำอย่างไรถ้าไม่อยากทำ (Link)
 

บทความต่าง ๆ นั้นสรุปแล้วได้ความว่า  หัวข้อการวิจัยที่ควรทำคือเรื่องที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
  • ตัวเองอยากทำ
  • ไม่เห็นคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้ว
  • มีผลเชิงนโยบายที่เมื่อรู้แล้วจะเข้าไปควบคุมอะไรได้บ้าง
  • คาดหวังว่าจะพบช่องทางใหม่ ๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นได้
 

 
หัวข้อการวิจัยทางเศรษฐศาสตร์แบ่งออกได้เป็นสองประเภท ดังนี้



1.  งานวิจัยที่มุ่งพัฒนาเครื่องมือการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ เช่น การทดลองเปรียบเทียบความแม่นยำของการทำนายระหว่างเครื่องมือสองชนิด  หรือการสร้างเครื่องมือในการวิเคราะห์ใหม่ ๆ เป็นต้น   (ดูตัวอย่างการวิจัยประเภทนี้ได้จากเรื่อง การวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ด้วย Neural Networks)



2.  งานวิจัยที่มุ่งตอบคำถามทางเศรษฐศาสตร์  โดยใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้ว  ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเศรษฐศาสตร์สาขาไหนสนใจที่จะตอบคำถามเรื่องอะไร   สาขาของเศรษฐศาสตร์ก็มีมากมาย อาทิเช่น 

  • เศรษฐศาสตร์จุลภาค
  • เศรษฐศาสตร์มหภาค
  • เศรษฐศาสตร์การคลังสาธารณะ
  • เศรษฐศาสตร์การเงินและการลงทุน
  • เศรษฐศาสตร์การพัฒนา
  • เศรษฐศาสตร์แรงงาน
  • เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ
  • เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข
  • เศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม
  • เศรษฐศาสตร์การจัดการ
  • เศรษฐศาสตร์นวัตกรรม
  • เศรษฐศาสตร์การขนส่งและโลจิสติกส์
  • เศรษฐศาสตร์การเมือง
  • เศรษฐศาสตร์เกษตร
  • เศรษฐศาสตร์ท่องเที่ยว   ฯลฯ
 

นักเศรษฐศาสตร์คนหนึ่งไม่สามารถเชี่ยวชาญได้ทุกเรื่อง ไม่สามารถตอบคำถามได้ทุกเรื่อง และไม่สามารถรู้ว่าคำถามที่แต่ละสาขาอยากรู้คืออะไร ต้องให้คนที่อยู่กับเรื่องนั้นนาน ๆ เป็นคน "ชี้เป้า" ว่าเรื่องไหนมีค่าควรทำ  



ในสาขาเศรษฐศาสตร์การพัฒนา  ได้มีการชี้เป้าเอาไว้แล้วบ้างในบทความเรื่อง 
?เศรษฐศาสตร์การพัฒนา: ทฤษฎีสำหรับการวิจัย?  
 


ในสาขาเศรษฐศาสตร์ขนส่งและโลจิสติกส์  อาจารย์ไพรัช พิบูลย์รุ่งโรจน์  ได้ชี้เป้าเอาไว้ในบทความหลายเรื่อง อาทิ  "เริ่มต้นอย่างไรในเรื่องโซ่อุปทานการท่องเที่ยว"  และ  "ทำไมต้องสนใจการจัดการโลจิสติกส์ในการท่องเที่ยว"



อย่างไรก็ตาม  นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่อาจจะแปลกใจและสงสัยว่าเนื้อหาที่เราเรียนกันมาในมหาวิทยาลัยนั้นยังตอบคำถามทางเศรษฐศาสตร์ได้ไม่หมดสิ้นอีกหรือ คำตอบก็คือ  มันไม่มีวันหมด  ด้วยเหตุผลต่าง ๆ สามข้อข้างล่างนี้ อันก่อให้เกิดเป็นช่องทางสำหรับการวิจัยทางเศรษฐศาสตร์





ช่องทางสำหรับหัวข้องานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์


  • การเปลี่ยนแปลงของโลก   เมื่อพฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ปรากฎการณ์ต่าง ๆ ที่มนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย   สังเกตว่าเมื่อสองร้อยปีก่อนเราไม่มีตลาดหุ้นก็ไม่มีปรากฎการณ์วิกฤติเศรษฐกิจแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  

  • การปิดบังซ่อนเร้น   เรื่องหลาย ๆ อย่างเราปิดบังไว้ไม่อยากเปิดเผย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีอยู่จริงแต่ไม่มีใครกล้าพูด เช่น การพนันบอล การค้าบริการทางเพศ   ฯลฯ เราอาจเรียกว่าเป็นเศรษฐกิจใต้ดิน   เมื่อเราไม่นับรวมไว้ในระบบเศรษฐกิจด้วย ผลก็คือมีบางส่วนหายไปและทำให้การคำนวณต่าง ๆ ของเราผิดหมด เช่น ถึงเราจะมีแบบจำลอง CGE ที่ดีแค่ไหน แต่ฐานข้อมูลไม่ครบเพราะไม่มีภาคเศรษฐกิจใต้ดินเหล่านี้ เราก็เลยคำนวณสิ่งต่าง ๆ ผิดพลาดไปจากความจริง   การค้นคว้าในเรื่องที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณชนก็เป็นเรื่องที่ไม่มีวันหมด  เพราะการปิดบังซ่อนเร้นเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับมนุษย์

  • ความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง   การตัดสินใจหลาย ๆ อย่างกระทำด้วยอคติหรือความเชื่อที่ผิด ๆ รวมทั้งความเชื่อมั่นในตัวเองเกินไปของผู้บริหารประเทศ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้อง แต่อาจจะถูกสอนมาตลอดว่าทำอย่างนั้นถูกต้องแล้ว ยกตัวอย่างเรื่อง ความเชื่อเรื่องโลกแบน    การท้าทายต่อความเชื่อเหล่านี้แล้วค้นพบความเชื่อใหม่อาจจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ดั่งคำกล่าวเยอรมันว่า ?เราวิจัยเราจึงเชื่อ และเมื่อเราเชื่อในสิ่งที่ถูกต้องเราจึงมีชีวิตที่ดี: Forschen, Glauben, Leben"

  • บริบทที่ต่างกัน ความเชื่ออย่างหนึ่งอาจจะถูกในบริบทหนึ่ง  แต่อาจจะไม่ถูกสำหรับบริบทอื่น  เช่น  ความรู้ต่าง ๆ ที่ใช้ได้ดีในเมืองนอกแต่อาจจะมาใช้ในเมืองไทยไม่ได้   สิ่งเหล่านี้ต้องการได้รับการตรวจทานว่าสิ่งไหนใช้ได้หรือสิ่งไหนใช้ไม่ได้กับบริบทของสังคมไทย  (อ่านเรื่อง ต่างโต๊ะก็ต่างกติกา)

 
 

หัวข้อวิจัยสามารถมาได้สองทาง

คือ ประกาศมาจากเบื้องบน หรือเสนอขึ้นไปโดยนักวิจัย   ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้



  • การประกาศมาจากเบื้องบน จะเกิดขึ้นเมื่อผู้บริหารประเทศเห็นว่ามีคำถามบางอย่างที่เรายังไม่รู้และอยากรู้ แต่ไม่มีเวลามาทำวิจัยเอง จึงประกาศให้ทุนวิจัย หรือประกาศจ้างนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านนั้นมาหาคำตอบให้

  • การเสนอขึ้นไปโดยนักวิจัย   คำถามบางอย่างเกิดจากการค้นพบของนักวิจัยท้องถิ่น และหากตอบได้แล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นนั้นหรือสามารถขยายผลไปเป็นตัวอย่างแก่ท้องถิ่นอื่น   ลักษณะเช่นนี้สามารถเขียนไปขอทุนวิจัยได้ โดยอาจจะมีข้อแม้ว่าจะต้องเขียนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของท้องถิ่น จังหวัด และของชาติในเรื่องการวิจัยและการพัฒนาประเทศ





นักวิจัยที่เลือกหัวข้อต่างกันได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างไร


  • ประการแรกคือ มีความเชี่ยวชาญต่างกัน เพราะเมื่อเราเริ่มต้นทำงานในสาขาหนึ่ง เราย่อมก้าวหน้าในสาขานั้นกว่าอีกคนหนึ่งที่ทำสาขาอื่น   และก็เช่นเดียวกันที่อีกคนหนึ่งย่อมก้าวหน้ากว่าในสาขาของเขา 

  • ประการที่สองคือ   ฝีมือต่างกัน   เพราะเรื่อง ๆ หนึ่งอาจจะทำง่าย ๆ แต่อีกเรื่องหนึ่งอาจจะทำยาก การลงทุนลงแรงและการใช้ความคิดสติปัญญาย่อมไม่เท่ากัน ทั้งในเรื่องวิชาการและการจัดการทีมงาน นักศึกษาปริญญาโทที่เลือกทำเรื่องง่าย ๆ ก็จะจบมาสู้คนที่ลงทุนทำเรื่องยาก ๆ ไม่ได้ นั่นทำให้ฝีมือในการวิจัยต่างกัน

  • ประการที่สามคือ ได้งานต่างกัน เพราะสาขาหนึ่งอาจจะได้รับความนิยมจากผู้ให้ทุนวิจัยระดับประเทศ มีเงินทุนสนับสนุนอย่างมากมายและตลอดเวลา    ในขณะที่บางสาขาอาจจะไม่มีเงินทุนวิจัยมากนัก   และบางสาขาอาจจะมาเร็วไปเร็ว  คือได้รับความสนใจในระดับประเทศในบางช่วงเวลาและก็หายไปจากความสนใจในเวลาต่อมา





ดังนั้น Best Practice ของเลือกหัวข้อวิจัยคืออย่างไร
 

  • ทำเรื่องที่เราสนใจ ถ้าไม่ชอบก็อย่าทำ เศรษฐศาสตร์มีสาขามากมาย มีทุนวิจัยเกือบทุกสาขา ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับเรื่องที่เราไม่ชอบ

  • ต้องฝึกมองไปข้างหน้า ว่าเรื่องไหนกำลังจะมาแรงในอีก 3-4 ปีข้างหน้า อาจารย์ผู้ใหญ่ของผมใช้คำว่า ?ได้กลิ่น? แล้วฝึกทำเรื่องนั้นเตรียมไว้  เมื่อมีการประกาศให้ทุนก็จะได้สมัครเข้าชิงทุนได้ทันเวลา   

  • อย่าหยุดทำวิจัย เพราะเมื่อหยุดทำเราก็จะคิดหัวข้อไม่ออก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยเรื่องใด หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็รับทำไป เพราะจะได้สั่งสมประสบการณ์ ช่วยให้กำลังอยู่ตัว  ได้ทดลองเทคนิคการวิจัยใหม่ ๆ     มีเงินมาเลี้ยงทีมงาน   และได้ซ้อมทีมงานให้ทำงานเป็นทีมเวิร์คที่ดี   เมื่อมีงานใหญ่เข้ามาก็จะพร้อมสำหรับการวิจัยเรื่องนั้น






กลับสู่สารบัญ



 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ