Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home เพลิน เย็นกายสบายใจ จุดหมายปลายทางของชีวิต
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















จุดหมายปลายทางของชีวิต Print E-mail
คมสัน สุริยะ
13 ธันวาคม 2552
 



 
ทำไมศาสนาพุทธสอนให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส   ทำไมศาสนาคริสต์สอนให้คนรักกัน ผมมีคำตอบอย่างเป็นวิทยาศาสตร์
 
 

มนุษย์มีคลื่นสมองที่เรียกว่า คลื่นอัลฟา จะเกิดขึ้นเมื่อจิตใจมีความสุข เช่น นั่งสมาธิ และเล่นกีฬา เป็นต้น คลื่นอัลฟานี้ยังเกิดขึ้นเมื่อมนุษย์ได้รู้สึกว่าได้รับรอยยิ้ม ได้รับความไว้วางใจ ได้รับความเชื่อถือ และได้รับความรัก
 
 


คลื่นอัลฟาจะนำเราไปสู่ที่ ๆ หนึ่งคล้าย ๆ กับห้องกว้าง ๆ กลม ๆ เป็นสีขาว ปุย ๆ มองไม่เห็นอะไรไปได้ไกลนัก   ที่นั่นตามนิยามก็คือปลายทางของชีวิต
 
 


เราอาจจะสงสัยว่าทำไมปลายทางของชีวิตถึงได้กลายเป็นอย่างนี้ ที่ซึ่งไม่มีใคร ไม่มีอะไรให้ทำ มองอะไรก็ไม่เห็น มีแต่สีขาว ๆ ปุย ๆ นวล ๆ อยู่รอบตัวไปหมด ดูเหงา ๆ วังเวง ๆ ชอบกล   สงสัยว่าจะมาผิดที่เข้าแล้ว หรือไม่ก็แสดงว่าปลายทางของชีวิตเป็นสถานที่ที่น่าเบื่อ
 
 


แต่ไม่ใช่อย่างนั้น   เมื่อเราเริ่มพบคนที่เราคุ้นเคยปรากฎขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม มิตรภาพ ความรู้สึกว่ารักกัน ยอมรับกัน ไว้วางใจกัน หวังดีต่อกัน ทำให้รู้ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เคยทำมาในโลกมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและดี   เราจะค่อย ๆ ทักทายคนอื่นทีละคนด้วยมิตรภาพที่ดี เราจะบอกว่าเรารักกัน  และเราจะเริ่มรู้ว่าที่นั่นเป็นที่ ๆ ดี
 


 
เราสามารถพักผ่อนในที่ ๆ นั้นได้นานเท่าที่เราจะพอใจ และสถานที่แห่งนั้นจะให้พรเราให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงไปอีกนานหลายสิบปี   ดุจดั่งเป็นยาวิเศษ  (ตามหลักวิทยาศาสตร์คือคลื่นอัลฟาจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอ็นโดฟิล ซึ่งจะช่วยเพิ่มสมรรถนะเรื่องภูมิคุ้มกันของร่างกายมากขึ้นหลายเท่า จะทำให้แข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อ) จากนั้นหากเรายังรู้สึกว่ามีงานที่คั่งค้างอยู่ก็อาจจะกลับไปทำได้ หรือถึงจะไม่ใช่เรื่องที่คั่งค้างแต่หากต้องการทำอะไร หรือเริ่มมีแรงอยากจะทำอะไรแล้ว (ซึ่งโดยมากก็จะเป็นเรื่องที่ตนเองชอบ เช่น สอนหนังสือ)   ก็กลับไปได้
 


 
ที่นี่เป็นปลายทางของชีวิตเพราะเมื่อเราต้องจากโลกมนุษย์แล้ว เราจะเหนื่อยมาก เราสามารถเลือกที่จะกลับมานอนพักที่นี่ได้   ถึงไม่มีเตียง ไม่มีฟูก มีแต่ปุยขาว ๆ นวล ๆ ก็นอนไปได้สบาย ๆ และจะรู้สึกว่าได้พักผ่อน   นั่นคือจุดหมายปลายทางคือได้พักผ่อน   เมื่อกำลังฟื้นฟูขึ้นมาแล้วหากอยากกลับไปทำอะไรตามที่ตนเองอยากทำต่อ หรือคิดว่าทำค้างไว้แต่ยังไม่เสร็จ ก็กลับไปได้  นั่นก็คือการเกิดใหม่
 
 


มันยังเป็นจุดหมายปลายทางของชีวิตในแต่ละช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย มันเป็นการเติมน้ำมันให้เครื่องยนต์ของชีวิต ปัดกวาดเช็ดถูเศษฝุ่นเศษโคลนที่ติดมากับเครื่องยนต์ แล้วทำให้พร้อมสำหรับการวิ่งในรอบต่อไป
 

 

ทั้งหมดนี้อธิบายได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ด้วยคลื่นอัลฟา   คลื่นนี้จะนำมนุษย์ไปสู่ดินแดนนั้นได้ทั้งตอนยังมีชีวิตอยู่และหลังจากเสียชีวิตไปแล้ว   แต่มีข้อแม้ว่า ในชีวิตจะต้องไม่ทำร้ายใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนใกล้ชิด   พ่อแม่ พี่น้อง สามีภรรยา คนที่เราถือว่าเป็นครอบครัว เพราะเราต้องไปเจอคนเหล่านั้นอีกครั้ง หากเราทำร้ายเขา เขาอาฆาตเรา ตามรังควาญเรา เราอาจจะหวาดกลัว แต่ถึงเราจะไม่กลัว เราก็จะหาความสงบไม่ได้
 
 


ใครที่ไปทำอะไรไม่ดีกับคนอื่นไว้ก็หาทางขอโทษเพื่อขอให้เขาอภัย   หากเขาไม่ให้อภัยก็พยายามทำความดีอย่างอื่นทดแทน แล้วคิดว่าชดใช้ในสิ่งที่ทำไม่ดีลงไปก็พอจะช่วยได้   แล้วพยายามอย่าทำเรื่องไม่ดีอีก ถ้าจะทำเรื่องไม่ดีก็ให้ห้ามตัวเองไว้   
 
 


เงินทองเป็นของนอกกายจริง ๆ   ในดินแดนดังกล่าวไม่ใช้เงิน เงินซื้อความรัก   ความยอมรับ ความไว้วางใจ และมิตรภาพไม่ได้   สะสมเงินไปมาก ๆ ก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น   คนที่นั่นเขาโยนเล่นกันเหมือนเป็นโลหะที่ไร้ค่า ดังนั้นจึงอย่าได้ทำร้ายใครเพียงเพื่อเห็นแก่เงิน
 



ศาสนาพุทธจึงสอนว่าให้ทำแต่ความดี อย่าทำความชั่ว แล้วปล่อยวางเรื่องต่าง ๆ ไปเสียบ้าง ศาสนาคริสต์ก็สอนให้รักคนอื่น ถึงเขาจะมาทำร้ายก็ให้อภัยไป   ซึ่งก็แปลกดี   แต่ได้ผลจริง ๆ เพราะเราจะไม่มีศัตรู มีแต่คนรัก เพราะเรารู้จักรักคนอื่นก่อน ทำความดีเพื่อคนอื่นก่อน ช่วยเขาก่อน (ทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่เพื่อเอาหน้า)  ไว้วางใจกันมาก่อน   ปราศจากความระแวงต่อกัน รู้ว่าเราจะไม่ทำร้ายกัน   ปล่อยวาง ปลดการ์ด และเผื่อแผ่ความรักไปให้คนทั่วไป  
 




ความรู้สึกดี ๆ เหล่านี้จะทำให้ชีวิตเข้าถึงคลื่นอัลฟาได้ง่ายและเร็ว   คนที่ทำอยู่บ่อย ๆ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ย่อมจะทำได้ง่ายเมื่อลาจากโลกนี้ไปแล้ว   คนที่ไม่เคยทำตอนมีชีวิตอยู่จะหวังให้ทำได้ตอนเสียชีวิตก็คงไม่ได้   เหมือนหลักการง่าย ๆ เรื่องการฝึกกล้ามเนื้อให้จำได้   คลื่นสมองก็เหมือนกันคือสามารถฝึกจนจำได้
 



 
ดังนั้นก็อย่าทำสิ่งที่ไม่ดี   ห้ามตัวเองไว้   โดยเฉพาะกับคนใกล้ชิด อย่าทำไม่ดีเพื่อเงิน อย่าทำไม่ดีเพื่อความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว   เราจะอดได้เห็นปลายทางของชีวิต   เราจะไม่ได้นอนพักอย่างมีความสงบสุขกายสบายใจ เราจะไม่ได้ฟื้นกำลังขึ้นมาใหม่   เราจะไม่ได้กลับมาทำอะไรที่เราปรารถนา
 
 


ในทางตรงกันข้าม หากทำสิ่งที่ไม่ดี หากทำร้ายคนอื่น จะได้ไปทนทุกข์ทรมานอยู่ในสถานที่อันดำมืด เต็มไปด้วยเลือดสีแดง   โครงกระดูก   ซากเศษส่วนของร่างกาย และเสียงร้องโหยหวน   อยากพักก็ไม่ได้พัก   หิวก็ไม่ได้กิน กระหายก็ไม่ได้ดื่ม และจะได้ออกจากสถานที่นั้นเมื่อไรก็ไม่รู้
 
 



คำถามคืออะไรคือดี อะไรคือไม่ดี    สิ่งที่ไม่ดีคือสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกได้ถึงความเกลียด แค้น ชิงชัง อาฆาต อิจฉา ริษยา อยากทำร้าย อยากแย่งชิง ทำแล้วคนอื่นบาดเจ็บล้มตาย บ้านเมืองพังพินาศ   ทำแล้วมีแต่ความทุกข์ไปทั่วทุกแห่งหน    ในขณะที่สิ่งที่ดีคือสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกได้ว่ารัก   อภัย   หวังดี   แบ่งปัน   มอบให้   ไม่ทำร้าย   ไม่แย่งชิง    ทำแล้วคนอื่นได้ดี    คนอื่นพ้นจากความทุกข์   เราพลอยยินดีด้วย   บ้านเมืองสงบสุข   ทำแล้วมีแต่ความสุขไปทั่วทุกแห่งหน 
 



 
ความไม่ดีมักล่อให้คนหลงผิดคิดว่าเป็นความดี   ในขณะที่ก็ลวงว่าทำความดีไปแต่ก็ไม่เห็นจะได้ดี  โลกก็เป็นอย่างนี้มานานแล้ว ไม่ใช่พึ่งมาเป็นเดี๋ยวนี้    เรามีวิธีตรวจสอบง่าย ๆ ว่าสิ่งนั้นดีหรือไม่ดี โดยคิดว่าหากเราทำไปแล้วคนจะโกรธเราและอยากกลับมาแก้แค้นเราหรือไม่ ถ้าใช่ก็แสดงว่าเป็นสิ่งไม่ดี    หากเราทำไปแล้วคนหรือสวรรค์จะขอบคุณเราหรือไม่ ถ้าใช่ก็แสดงว่านั่นเป็นสิ่งดี  ถึงเราจะยังไม่ได้รับการขอบคุณ แต่นั่นสวรรค์ก็รับรู้และบันทึกไว้ในใจของเรา
 
 


 
มนุษย์ย่อมเป็นไปตามกรรม   สิ่งที่เราทำไม่ดีมาเราก็อาจจะค่อย ๆ ชดใช้ไปเรื่อย ๆ ซึ่งนั่นก็คือความทุกข์ที่มาในรูปแบบต่าง ๆ ประจำวัน   ต่อไปก็อย่าทำไม่ดีอีก   หมั่นทำแต่ความดี   เมื่อเรารู้สึกว่ารักคนอื่นก็จะทำความดีได้ง่ายขึ้น   จากนั้นปล่อยวาง โลกนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นก็ช่างมัน มันก็เป็นอย่างนั้นของโลกมานานแล้ว  
 
 



แน่นอนว่าเรื่องทั้งหมดเหล่านี้ทำได้ยากสำหรับมนุษย์ปุถุชนทั่วไปที่ยังต้องทำงานหาเช้ากินค่ำเลี้ยงดูคนในครอบครัว    และดิ้นรนแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นชิงเงินชิงทองชิงอำนาจกัน    ถึงยากแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้   เอาง่าย ๆ คือไม่ทำร้ายคนใกล้ชิด ทำบุญทำทานตามโอกาส แบ่งปันอะไรได้ก็แบ่งไปไม่ต้องเก็บสะสมไว้เกินเหตุ   อะไรดี ๆ ช่วยอะไรกันได้ก็ช่วยกันไป แค่นี้ก็ดีมากแล้ว  




คนที่มีอำนาจ  มีเงินมีทอง  มียศ  ก็พึงระลึกถึงคำกล่าวของท่าน ว.วชิรเมธีว่า
"อำนาจ ทรัพย์ และยศ เป็นเพียงทางสำหรับการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น" 
ถึงมีแล้วไม่ได้ใช้ทำความดีก็เหมือนไม่มี  ก็น่าเสียดาย
ยิ่งมีแล้วเอาไปทำสิ่งไม่ดี   ยิ่งเหมือนมีฟืนไว้สุมไฟเผาตัวเอง  แบบนั้นสู้ไม่มีจะดีกว่า




คนที่ไม่ต้องการทำร้ายใครเลยก็อาจจะต้องปลีกออกจากสังคมโลกไปอยู่ในทางธรรมก็สุดแล้วแต่   แต่ไม่ว่าอย่างไรก็หวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้งที่ปลายทางแห่งชีวิต ด้วยความรู้สึกว่าเรายังรักกัน ดีต่อกัน และไว้วางใจกันตลอดไป
 
 










 
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ