Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















SAM คืออะไร Print E-mail
คมสัน สุริยะ
13 ธันวาคม 2552



 
SAM (Social Accounting Matrix) แปลตรงตัวว่า เมตริกซ์บัญชีทางสังคม แต่ไม่ได้ความหมายที่ตรงประเด็นนัก ผมจึงใคร่ขอเสนอคำแปลใหม่ว่า ตารางมูลค่าการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจ
 


เหตุที่ตั้งชื่ออย่างนี้เพราะ 
 
หนึ่ง  มันเป็นตาราง และฟังง่ายกว่าเมตริกซ์
สอง   มันระบุมูลค่าทางเศรษฐกิจ
สาม   มันระบุเฉพาะมูลค่าที่หมุนเวียนเข้าออกในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่เน้นการนับสต๊อก
สี่      มันครอบคลุมทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน
ห้า    มันเติมสร้อยต่อท้ายได้ง่ายตามพื้นที่ที่ศึกษา เช่น ตารางมูลค่าการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจประเทศไทย 
        ตารางมูลค่าการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจภาคเหนือตอนบน  
        ตารางมูลค่าการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่    
        และตารางมูลค่าการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจหมู่บ้านแม่กำปอง  เป็นต้น
 
 

นิยามโดย คมสัน สุริยะ (2552)*


SAM (Social Accounting Matrix) หรือ ?ตารางมูลค่าการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจ"  หมายถึง ตารางที่ระบุมูลค่าทางเศรษฐกิจซึ่งหมุนเวียนเข้าออกในระบบหนึ่งหรือพื้นที่เศรษฐกิจหนึ่ง  ในช่วงเวลาหนึ่งซึ่งโดยมากคือหนึ่งปี  และครอบคลุมทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจนั้นหรือพื้นที่นั้นอย่างรอบด้าน โดยสามารถกำหนดพื้นที่ในระดับประเทศ  ภูมิภาค  จังหวัด  หรือหมู่บ้านก็ได้



*กรุณาเขียนอ้างอิงดังนี้

คมสัน สุริยะ. 2552.  เทคนิคการสร้างและใช้งานตารางมูลค่าการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจระดับหมู่บ้าน. เชียงใหม่: คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.  [online] www.tourismlogistics.com








 SAM ประกอบด้วยอะไรบ้าง
 
SAM เป็นตารางสองทาง ประกอบด้วยคอลัมภ์และแถว รายการหัวตารางทางแนวตั้ง (หัวคอลัมภ์) คือผู้จ่ายเงิน รายการหัวตารางทางซ้ายมือ (หัวแถว) คือผู้รับเงิน 
 
หัวคอลัมภ์ประกอบไปด้วย
1.       กิจกรรมการผลิต (Activities)
2.       สินค้า (Commodities)
3.       ปัจจัยการผลิต (Factors)
4.       ครัวเรือน (Households)

5.       สถาบัน (Institutions) อื่น ๆ ทั้งหมดที่ไม่ใช่ครัวเรือน เช่น หน่วยงานการปกครองท้องถิ่น  วัด โรงเรียน สหกรณ์ กลุ่มแม่บ้าน 
          ฯลฯ   แต่อย่าลืมว่าสถาบันเหล่านี้ต้องเป็นหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในระบบนั้นเท่านั้น เช่น หากเป็นระบบเศรษฐกิจของหมู่บ้าน 
          เราก็จะไม่นับรัฐบาลกลาง หรือรัฐบาลท้องถิ่นที่ไม่ได้มีสำนักงานตั้งอยู่ในหมู่บ้านโดยตรง (จะนับเป็นส่วนอื่นนอกระบบแทน 
          ดูข้อ 9.)

6.       การลงทุน (Investment)
7.       การซ่อมแซม (Maintenance)
8.       สต๊อกสินค้า (Stocks)
9.       ส่วนอื่นนอกระบบ (Rest of the world) สามารถแยกออกได้อีกสองแถว คือ 
          9.1 การบริโภคสินค้าจากส่วนอื่นนอกระบบ และ
          9.2 การโอนเงินไปยังส่วนอื่นนอกระบบ
 




หัวแถวประกอบไปด้วยรายการต่าง ๆ เหมือนกับหัวคอลัมภ์ ซึ่งเมื่อประกอบกันกับหัวคอลัมภ์ก็จะกลายเป็นตารางขนาด 9 ? 9  หรือ 10 ? 9 (กรณีแยกแถวที่ 9 ออกเป็นสองแถวย่อย)








 
SAM ประกอบด้วยตัวเลขในบางช่องของตารางเท่านั้น ช่องที่ไม่ควรจะมีตัวเลขก็จะมีตัวเลขไม่ได้เพราะไม่มีความหมาย ถ้ามีอาจจะถือว่าผิด (ต้องดูเจตนาของผู้ทำข้อมูลอีกครั้ง เพราะบางช่องก็มีตัวเลขได้ถือว่าเป็นข้อยกเว้น)   และช่องที่ต้องมีตัวเลขหากไม่มีตัวเลขก็ถือว่าผิด 
 

ช่องที่มีตัวเลขประกอบด้วยรายการต่าง ๆ ดังแสดงไว้ด้านล่างนี้   สังเกตว่าการอ่านความหมายของแต่ละช่องสามารถมองได้จากสองมุม มุมแรกมองจากด้านซ้ายมือไปทางขวามือ (แถว) จะได้มุมมองว่าขายสินค้าอะไรให้ใคร   และมุมที่สองมองจากบนลงล่าง (คอลัมภ์) จะได้มุมมองว่าซื้อสินค้าอะไรจากใคร
 





แถวที่ 1: กิจกรรมการผลิต (Activities)
 
       แถวที่ 1   คอลัมน์ที่ 2 : มูลค่าการผลิตและการค้า ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในระบบ อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า สินค้าที่ได้มาจากการผลิตและการค้าในงวดนั้น (ไม่รวมสินค้าที่นำออกมาจากสต๊อกของงวดก่อน: งวดเช่น 1 ปี)
 


แถวที่ 2: สินค้า (Commodities)
 
 
       แถวที่ 2   คอลัมน์ที่ 1 : สินค้าที่ขายให้กับกิจกรรมการผลิตและการค้า อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า  การซื้อสินค้าสำเร็จรูปจากกิจกรรมการผลิตและการค้า
       แถวที่ 2   คอลัมน์ที่ 2:  เป็นช่องพิเศษสำหรับสินค้าที่เรียกว่า Composite commodities (สินค้าเหมารวม) หมายถึงในสินค้าชื่อเดียวนั้นประกอบด้วยสินค้าอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก เช่น รายจ่ายทางสังคม (Social expense) ซึ่งเป็นคำกว้าง ๆ แต่ประกอบด้วยรายจ่ายย่อยหลายอย่าง   ช่องนี้ไม่จำเป็นต้องใส่ หากไม่มีสินค้าประเภทนี้ในระบบเศรษฐกิจนั้น หรือสามารถจำแนกสินค้าได้อย่างเด็ดขาดไม่เหมารวม
       แถวที่ 2   คอลัมน์ที่ 4 :  สินค้าที่ขายให้แก่ครัวเรือน อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า การบริโภคของครัวเรือนต่อสินค้าที่ผลิตได้และค้าขายในระบบ
       แถวที่ 2   คอลัมน์ที่ 5 :  สินค้าที่ขายให้สถาบันอื่นที่ไม่ใช่ครัวเรือน อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า สถาบันซื้อสินค้าที่ผลิตได้และค้าขายในระบบ
       แถวที่ 2   คอลัมน์ที่ 6 : สินค้าที่ขายให้กิจกรรมการลงทุน  อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า กิจกรรมการลงทุนซื้อสินค้าที่ผลิตได้และค้าขายในระบบ
       แถวที่ 2   คอลัมน์ที่ 7 : สินค้าที่ขายให้กิจกรรมการซ่อมบำรุง อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   กิจกรรมการซ่อมบำรุงซื้อสินค้าที่ผลิตได้และค้าขายในระบบ
       แถวที่ 2   คอลัมน์ที่ 8 : สินค้าที่นำเก็บไว้ในสต๊อกสำหรับยกไปงวดต่อไป อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า การเติมสต๊อกสินค้าด้วยสินค้าผลิตได้และค้าขายในระบบ   ในทางปฎิบัติมักจะใช้เป็นตัวเติมเต็ม (Residual) เพื่อให้บัญชีสต๊อกสินค้าที่นำออกมาใช้ (ผลรวมของแถวที่ 8) เท่ากับบัญชีสต๊อกที่เติมกลับมา (คอลัมภ์ที่ 8) ตามสมมติฐานว่าสต๊อกสินค้าสำเร็จรูปจะต้องคงที่เท่ากันทุกงวด
       แถวที่ 2   คอลัมน์ที่ 9 : สินค้าที่ส่งออกไปนอกระบบ อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า ระบบเศรษฐกิจภายนอกซื้อสินค้าผลิตได้และค้าขายในระบบ
 
 


แถวที่ 3: ปัจจัยการผลิต (Factors)
 
 
       แถวที่ 3   คอลัมน์ที่ 1 : ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ในระบบที่ขายให้กับกิจกรรมการผลิตและการค้า อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า การซื้อปัจจัยการผลิตเฉพาะที่มีอยู่ในระบบโดยกิจกรรมการผลิตและการค้า
       แถวที่ 3   คอลัมน์ที่ 4 : ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ในระบบที่ขายให้กับครัวเรือน อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า รายจ่ายของครัวเรือนที่เป็นค่าตอบแทนปัจจัยการผลิต เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ซึ่งยืมมาจากครัวเรือนอื่นหรือสถาบันอื่นในพื้นที่เศรษฐกิจนั้น ๆ (ต้องนับทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ)
       แถวที่ 3   คอลัมน์ที่ 5 :  ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ในระบบที่ขายให้กับสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือน อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า การซื้อปัจจัยการผลิตเฉพาะที่มีอยู่ในระบบโดยสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือน
       แถวที่ 3   คอลัมน์ที่ 6 : ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ในระบบที่ขายให้กับกิจกรรมการลงทุน อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า การซื้อปัจจัยการผลิตเฉพาะที่มีอยู่ในระบบโดยกิจกรรมการลงทุน
       แถวที่ 3   คอลัมน์ที่ 7 : ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ในระบบที่ขายให้กับกิจกรรมการซ่อมบำรุง อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า การซื้อปัจจัยการผลิตเฉพาะที่มีอยู่ในระบบโดยกิจกรรมการซ่อมบำรุง
       แถวที่ 3   คอลัมน์ที่ 9 : ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ในระบบที่ขายให้กับเศรษฐกิจภายนอก อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า การซื้อปัจจัยการผลิตเฉพาะที่มีอยู่ในระบบโดยเศรษฐกิจภายนอก
 


แถวที่ 4: ครัวเรือน (Households)
 
 
       แถวที่ 4   คอลัมน์ที่ 1 : รายรับของครัวเรือนจากผลกำไร อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า ผลกำไรจากการผลิตที่ตกเป็นของครัวเรือน
       แถวที่ 4   คอลัมน์ที่ 3 : รายรับของครัวเรือนจากปัจจัยการผลิต เช่น การขายแรงงาน การให้เช่าที่ดิน ดอกเบี้ยรับจากการให้กู้ยืม ค่าเช่าอุปกรณ์ เป็นต้น อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า มูลค่าปัจจัยการผลิตที่ตกเป็นของครัวเรือน
       แถวที่ 4   คอลัมน์ที่ 4 :  รายรับของครัวเรือนจากการโอนมาให้จากครัวเรือนอื่น อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า รายจ่ายของครัวเรือนที่จ่ายให้กับครัวเรือนอื่น
       แถวที่ 4   คอลัมน์ที่ 5 :  รายรับของครัวเรือนจากการโอนมาให้จากสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือน อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   รายจ่ายของสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือนที่จ่ายให้กับครัวเรือน
       แถวที่ 4   คอลัมน์ที่ 9 : รายรับของครัวเรือนจากการโอนมาให้จากส่วนอื่นนอกระบบ อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   เงินโอนมาจากส่วนอื่นนอกระบบให้กับครัวเรือน เช่น เงินส่งกลับบ้าน (Remittance) เงินอุดหนุนจากภาครัฐ (Subsidy) เป็นต้น
 



แถวที่ 5: สถาบัน (Institutions) อื่นที่ไม่ใช่ครัวเรือน
 
       แถวที่ 5   คอลัมน์ที่ 1 : รายรับของสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือนจากผลกำไร อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า ผลกำไรจากการผลิตที่ตกเป็นของสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือน
       แถวที่ 5   คอลัมน์ที่ 3 : รายรับของสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือนจากปัจจัยการผลิต เช่น การให้เช่าที่ดิน ดอกเบี้ยรับจากการให้กู้ยืม ค่าเช่าอุปกรณ์ เป็นต้น แต่จะไม่มีการขายแรงงานเพราะถือว่าแรงงานเป็นของครัวเรือนเท่านั้น  อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า มูลค่าปัจจัยการผลิตที่ตกเป็นของสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือน
       แถวที่ 5   คอลัมน์ที่ 4 :  รายรับของสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือนจากการโอนมาให้จากภาคครัวเรือน อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า รายจ่ายของครัวเรือนที่จ่ายให้แก่สถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือน
       แถวที่ 5   คอลัมน์ที่ 5 :  รายรับของสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือนจากการโอนมาให้จากสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือนอื่น ๆ   อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   รายจ่ายของสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือนที่จ่ายให้กับสถาบันที่มิใช่ครัวเรือนอื่น ๆ
       แถวที่ 5   คอลัมน์ที่ 9 : รายรับของสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือนจากการโอนมาให้จากส่วนอื่นนอกระบบ อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   เงินโอนมาจากส่วนอื่นนอกระบบให้กับสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือน เช่น เงินอุดหนุนจากภาครัฐ (Subsidy)  และเงินบริจาค เป็นต้น
 
 
 

แถวที่ 6: การลงทุน (Investment)
 
 
       แถวที่ 6   คอลัมน์ที่ 4 : เงินลงทุนที่ได้มาจากการออมของครัวเรือน อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   รายจ่ายที่ครัวเรือนจ่ายเป็นเงินออม (การออมถูกมองว่าเป็นรายจ่ายประเภทหนึ่ง)
       แถวที่ 6   คอลัมน์ที่ 5 : เงินลงทุนที่ได้มาจากการออมของสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือน อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   รายจ่ายที่สถาบันที่มิใช่ครัวเรือนจ่ายเป็นเงินออม (การออมถูกมองว่าเป็นรายจ่ายประเภทหนึ่ง)
       แถวที่ 6   คอลัมน์ที่ 9 : เงินลงทุนที่ได้มาจากการส่วนอื่นนอกระบบนั้น สำหรับ SAM ของหมู่บ้านแล้ว ช่องนี้หมายถึงการถอนเงินฝากจากธนาคารด้วย หากไม่มีสำนักงานของธนาคารตั้งอยู่ในหมู่บ้านนั้น   หากเป็น SAM ของประเทศ ช่องนี้จะหมายถึงเงินไหลเข้าจากต่างประเทศ (Captial inflow) อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   รายจ่ายที่ส่วนอื่นนอกระบบจ่ายมาเพื่อเป็นค่าลงทุนในพื้นที่เศรษฐกิจนั้น
 


แถวที่ 7 การซ่อมแซม (Maintenance)
 
 
       แถวที่ 7   คอลัมภ์ที่ 1 : การซ่อมแซมที่เกิดขึ้นในกิจกรรมการผลิตและการค้าในระบบ อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   กิจกรรมการผลิตและการค้าจ่ายเงินค่าซ่อมแซม
       แถวที่ 7  คอลัมภ์ที่ 4 : การซ่อมแซมที่เกิดขึ้นในครัวเรือน อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   ครัวเรือนจ่ายเงินค่าซ่อมแซม
       แถวที่ 7   คอลัมภ์ที่ 5 : การซ่อมแซมที่เกิดขึ้นในสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือน อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   สถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือนจ่ายเงินค่าซ่อมแซม
 
 
 

แถวที่ 8: สต๊อกสินค้า (Stocks)
 
 
       แถวที่ 8   คอลัมน์ที่ 2 :  สต๊อกสินค้าที่เป็นสินค้าสำเร็จรูป อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   สินค้าสำเร็จรูปที่ได้มาจากการนำออกมาจากสต๊อกที่ค้างมาจากงวดก่อน ไม่ได้ผลิตขึ้นหรือค้าขายในงวดนี้   อนึ่ง เราไม่จำเป็นต้องตีมูลค่าทรัพย์สินสิ่งที่ไม่ได้มีการซื้อขายในงวดนั้น เช่น ที่ดิน ยานพาหนะ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ เพราะถึงทำไปก็ต้องนำกลับไปใส่ไว้ในสต๊อกเพื่อยกไปงวดหน้า (แถวที่ 2 คอลัมภ์ที่ 8) ซึ่งไม่มีความหมายอะไรสำหรับงวดนั้น ยกเว้นว่าจะมีการจำหน่ายสินค้านั้นในงวดนั้นถึงจะระบุว่าเป็นสินค้าที่ได้มาจากสต๊อกที่มีอยู่แล้วแต่เดิม
       แถวที่ 8   คอลัมน์ที่ 4 :  สต๊อกสินค้าสำเร็จรูปที่อยู่ในความครอบครองของครัวเรือนที่เหลือมาจากงวดก่อนแล้วบริโภคหมดไปในงวดนี้  อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   ครัวเรือนบริโภคสินค้าจากสต๊อกที่ค้างมาจากงวดก่อน แล้วหมดไปในงวดนี้  ระวังว่ามูลค่าการใช้จ่ายก้อนนี้เกิดขึ้นในปีก่อนแล้ว  จึงไม่นับรวมเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินสด (cash expenditure) ของครัวเรือนในงวดนี้
       แถวที่ 8   คอลัมน์ที่ 5 :  สต๊อกสินค้าสำเร็จรูปที่อยู่ในความครอบครองของสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือนที่เหลือมาจากงวดก่อนแล้วบริโภคหมดไปในงวดนี้  อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   สถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือนบริโภคสินค้าจากสต๊อกที่ค้างมาจากงวดก่อน แล้วหมดไปในงวดนี้ ระวังว่ามูลค่าการใช้จ่ายก้อนนี้เกิดขึ้นในปีก่อนแล้ว  จึงไม่นับรวมเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินสด (cash expenditure) ของสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือนในงวดนี้
 


 
แถวที่ 9:  การบริโภคที่จ่ายให้ส่วนอื่นนอกระบบ (Rest of the world)
 
 
       แถวที่ 9   คอลัมน์ที่ 1 : การขายสินค้าของส่วนอื่นนอกระบบให้กับกิจกรรมการผลิตและการค้าในระบบ   อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   กิจกรรมการผลิตและการค้าในระบบนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปจากพื้นที่อื่น
       แถวที่ 9   คอลัมน์ที่ 3 : การขายปัจจัยการผลิตของส่วนอื่นนอกระบบให้กับกิจกรรมการผลิตและการค้าในระบบ  อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   รายจ่ายค่าปัจจัยการผลิตที่เกิดจากการนำเข้ามาจากพื้นที่อื่น เช่น การจ้างแรงงานจากนอกพื้นที่ การจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารที่ตั้งอยู่นอกพื้นที่ การเช่าที่ดินจากนายทุนที่อยู่นอกพื้นที่ การเช่าเครื่องมือเครื่องจักรจากบุคคลหรือองค์การที่อยู่นอกพื้นที่ เป็นต้น
       แถวที่ 9   คอลัมน์ที่ 4 : การขายสินค้าของส่วนอื่นนอกระบบให้กับครัวเรือน อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   การบริโภคสินค้านำเข้าของครัวเรือน
       แถวที่ 9   คอลัมน์ที่ 5 : การขายสินค้าของส่วนอื่นนอกระบบให้กับสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือน อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   การบริโภคสินค้านำเข้าของสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือน
 
 


แถวที่ 10:  เงินโอนที่จ่ายให้ส่วนอื่นนอกระบบ (Rest of the world)
 
 
       แถวที่ 10   คอลัมน์ที่ 1:   เงินที่ส่วนอื่นนอกระบบได้มาแบบให้เปล่าจากกิจกรรมการผลิตและการค้า อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   เงินโอน เงินบริจาค หรือเงินให้เปล่า ที่กิจกรรมการผลิตและการค้าจ่ายให้กับบุคคลหรือองค์การนอกพื้นที่ 
       แถวที่ 10   คอลัมน์ที่ 4 : เงินที่ส่วนอื่นนอกระบบได้มาแบบให้เปล่าจากครัวเรือน   อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   เงินโอน เงินบริจาค หรือเงินให้เปล่า ที่ครัวเรือนจ่ายให้กับบุคคลหรือองค์การนอกพื้นที่ 
       แถวที่ 10   คอลัมน์ที่ 5 : เงินที่ส่วนอื่นนอกระบบได้มาแบบให้เปล่าจากสถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือน   อีกมุมหนึ่งอ่านได้ว่า   เงินโอน เงินบริจาค หรือเงินให้เปล่า  ที่สถาบันอื่นที่มิใช่ครัวเรือนจ่ายให้กับบุคคลหรือองค์การนอกพื้นที่ 
 
 


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


กรุณาเขียนอ้างอิงดังนี้

คมสัน สุริยะ. 2552.  เทคนิคการสร้างและใช้งานตารางมูลค่าการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจระดับหมู่บ้าน. เชียงใหม่: ศูนย์การวิเคราะห์เชิงปริมาณ  คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.  [online] www.tourismlogistics.com






 
Link
       การใช้ประโยชน์จากตาราง SAM: การอ่านข้อมูลเบื้องต้น
       การใช้ประโยชน์จากตาราง SAM: SAM Multiplier Model
       การใช้ประโยชน์จากตาราง SAM: CGE
       การจัดตาราง SAM สำหรับการใช้งานในแบบจำลอง CGE
       คำถามที่ CGE ตอบได้
 


 
 
 
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ