Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home Tourism Logistics Conceptual framework of tourism logistics ทำไมต้องสนใจการจัดการโลจิสติกส์ในการท่องเที่ยว?
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ทำไมต้องสนใจการจัดการโลจิสติกส์ในการท่องเที่ยว? Print E-mail
ไพรัช พิบูลย์รุ่งโรจน์
20 พฤศจิกายน 2552


 
เวลาผมนำเสนองานวิทยานิพนธ์ทีไร จะต้องมีคำถามจาก อาจารย์เก่งๆ (ทั้ง อ.มิ่งสรรพ์ ที่ มช. และ Prof. Mo. ที่คาร์ดิฟ) ว่า
"ทำไมท่องเที่ยวต้องสนใจโลจิสติกส์?" หรือ "ท่องเที่ยวของเชียงใหม่มีปัญหาโลจิสติกส์จริงเหรอ?"


 
จริงๆ แล้วงานวิจัยก็มาจากปัญหาที่เราตอบไม่ได้ ณ ตอนนั้น จึงต้องมีการศึกษาอย่างเป็นระบบเสียก่อน

 

คำถามที่ไม่ต้องทำวิจัย เช่น พระอาทิตย์ขึ้นทางไหน? อันนี้รู้กันอยู่แล้ว 
หรือ ชาวบ้านได้เงินแล้วจะมีความสุขไหม (โดยไม่เสียอะไรเลย)? อันนี้ก็แน่ๆ อยู่แล้ว



 
ในกรณีของโลจิสติกส์นั้นเป็นทีรู้กันว่าสำคัญต่อการผลิตอย่างมาก
เนื่องจากมีต้นทุนหลายๆ อย่างเช่น การขนส่ง การจัดเก็บสินค้าคงคลัง การสั่งซื้อ ฯลฯ 
ที่สามารถลดลงได้กว่าครึ่ง  เพียงแค่มีการจัดการโลจิสติกส์ที่ดี 
อันนี้ไม่มีข้อสงสัยใดๆ



 
สำหรับธุรกิจค้าปลีก 
โลจิสติกส์ก็สำคัญมาก นอกเหนือไปจากต้นทุนทั้งหลายที่คล้ายๆ กับการผลิตแล้ว
ก็ยังมี ต้นทุนที่เรียกว่าต้นทุนที่เกิดจาก 
"ของขาด" หรือ "ของเหลือ



 
ของขาด คือ ลูกค้ามาที่ร้านแล้วไม่เจอของที่อยากได้ หรือ ไม่พอที่ต้องการ
ของเหลือคือ ในร้านเรามีของที่ค้างอยู่ที่ชั้นเยอะ ขายไม่ออกสักที



 
ของขาด ทำให้เสียรายได้ที่ควรจะได้ในระยะสั้น ในระยะยาวก็อาจเสียลูกค้าได้ เนื่องจาก ลูกค้าหนีไปร้านอื่นที่มีของแทน
ของเหลือ ทำให้เสียรายได้เนื่องจาก แทนที่จะเอามาวางของที่ขายได้แทน หรือ ของที่ขายไม่ออกเน่าเสีย หรือตกยุค กลายเป็นต้นทุนจมไป



 
โลจิสติกส์ที่ดีจะสามารถกำหนดได้ว่า 
สินค้าอะไรบ้างที่ควาจะมาวางบนชั้น เมื่อไหร่ เป็นจำนวนเท่าใด และ ขายในเวลาไหน 
ควรลดราคาเท่าไหร่เมื่อใด และควรจะสั่งสินค้ามาทดทนเท่าไหร่ อย่างไร เมื่อใด 
ให้ส่งมาทางไหน ส่งมาจากไหน ส่งมาจากใคร 
ส่งมาแล้วให้ไปเก็บไว้ก่อนหรือไม่ เก็บไว้ที่ไหน เท่าไหร่ อย่างไร



 
... แล้วโลจิสติกส์ของการท่องเที่ยวหล่ะ? 



 
สำหรับการท่องเที่ยว นั้น ไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายตัวสินค้าเท่านั้น 
แต่ว่ามีการเคลื่อนย้ายลูกค้า (ผู้บริโภค หรือ นักท่องเที่ยว) ด้วย
ดังนั้นโลจิสติกส์ของการท่องเที่ยวนั้นมีปัญหาทุกอย่างที่เกิดใน การผลิต และ การค้าปลีก 
แถมยังปัญหาเกี่ยวกับการบริการเข้ามาด้วย
นี่คือฝั่งผู้ให้บริการอย่างเดียวเท่านั้น 
ตรงนี้เป็นสิ่งที่ นักวิชาการโลจิสติกส์ให้ความสำคัญกับภาคบริการมากขึ้น 

 

อีกฝั่งก็คือการเคลื่อนย้ายลูกค้า (ซึ่งกว้างกว่าการขนส่งผู้โดยสาร)
ที่คาร์ดิฟสนใจเรื่องโลจิสติกส์ของโรงพยาบาลอย่างมาก
ที่มาคือมีนักวิจัยไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลแล้วหงุดหงิดใจกับระบบของโรงพยาบาล 
จนกลายเป็นโครงการวิจัยใหญ่ของประเทศไปเลย 
ยกตัวอย่าง เช่น งานของกลุ่มวิจัยเรื่อง Lean (มาจากระบบของ Toyota) ที่คาร์ดิฟศึกษาการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยใน รพ. *
 

 
การท่องเที่ยวไปมากกว่านั้น 
นักท่องเที่ยวไม่ใช่แค่เดินไปเดินมาในโรงแรม (หากเทียบกับ ผู้ป่วย ใน โรงพยาบาล) 
หรือ เดินในงานพืชสวนโลก
แต่ว่าตั้งแต่ออกจากบ้านก็ผ่านการเดินทางหลากหลายรูปแบบ 
ความต้องการก็ไม่แน่นอน 


 
คนป่วยที่คาร์ดิฟ 
หากฉุกเฉินโทรเรียกรถฉุกเฉินของรพ. แล้วก็รอแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่มาตรวจ 
แล้วก็ทำตามขั้นตอนมาตรฐาน 
ผู้ป่วยและญาติก็เชื่อฟังด้วยความเต็มใจ บอกให้ทำอะไรก็ทำ (ถ้าอยากจะรอด)

 

การท่องเที่ยวไม่ใช่แบบนั้น... 
การท่องเที่ยวเป็นงานบริการที่เรื่องมากที่สุด บริการหนึ่ง 
ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวแบบไหนก็เรื่องมากหมด 
จะนอนโรงแรมห้าดาวอย่าง "ดาราเทวี" หรือจะนอนวัดก็เรื่องมากทั้งนั้น... 
แต่เรืองมากคนละแบบ ต้องการคนละอย่าง ... 
เรืองนี้คนโรงแรมรู้ดี



 
ไม่เท่านั้น คนป่วย มีประวัติการรักษา แพทย์ พยาบาลดูประวัติแล้วก็วินิจฉัยได้เลย



 
... ทว่าการท่องเที่ยวไม่ใช่แบบนั้นไปซะหมด



 
ยิ่งปัจจุบัน เราพบว่านักท่องเที่ยวคนเดียวกันมีหลายหน้า หมายถึงคนๆ เดียวท่องเที่ยวหลายแบบ แล้วแต่ปัจจัยหลายประการ
ยกตัวอย่างใกล้ตัว ผมเอง 
เวลาที่อยู่กับ อ.มิ่งสรรพ์ ไปประชุมวิชาการ พักโรงแรมที่ค่อนข้างดี แต่ตอนนี้มาเรียนเองแล้วไม่มีทุนวิจัยสนับสนุนมากมาย
ไปประชุมคราวนี้ก็ต้องนอนหอ นศ. เก่าๆ ห้องน้ำรวม แต่ผมคนเดิมอีก 
เดือนหน้าไปเสนองานที่ภูเก็ตสองคืนแรกพักสามดาว (เบิกได้) 
อีกสามคืนอยู่ต่อเองเพื่ิอทำงานวิจัยก็เปลี่ยนไปอยู่สองดาว...

 

ดูเหมือนว่าเรื่องเงินสำคัญ...
มาดูอีก... ผมคนเดิม กลับมาทำวิจัยคราวนี้เบิกที่คาร์ดิฟเรื่องเดินทางได้เต็มที่
ขาที่ต่อเครื่องมาจากสุวรรณภูมิก็การบินไทย ไปภูเก็ตก็การบินไทยจาก เชียงใหม่ กรุงเทพ แล้วก็ภูเก็ต
แต่ขาจากภูเก็ตมาเชียงใหม่ใช้ Air Asia เพราะมีเที่ยวตรง (ไม่เกี่ยวกับราคาเลย เกี่ยวกับลักษณะของบริการที่เหมาะสม)



 
เดี๋ยวถ้าไปดูซีเกมส์ที่เวียงจันทน์ก็อาจจะไปกับการบินลาวก็ได้ 
เพราะออกจากเชียงใหม่ได้แวะหลวงพระบางก่อน 
แล้วต่อไปวังเวียงแบบรถคิวถูกๆ เพราะสนุกดี 
ให้เพื่อนมารับไปเวียงจันทน์ 
ต่อรถไฟเองไปลงหนองคาย อุดรฯ 
แล้ว ก็เชียงใหม่ แผนสามารถเปลี่ยนได้เรื่อยๆ 

 

การท่องเที่ยวนั้นเรื่องมาก และ ลูกค้าเอาแต่ใจสูง



 
ทีนี้  ทำไมโลจิสติกส์สำคัญในการท่องเที่ยว



 
ระยะสั้น
เอกชนสามารถลดต้นทุนได้ ทั้งจากการที่สามารถจัดการการเตรียมของไว้บริการได้เพียงพอในราคาี่ถูกที่สุด เนื้อหมูไม่ขาด เบียร์มีพร้อม สาวเชียร์เบียร์มาครบ แก้ว จาน ชาม สะอาด เรียบร้อยมีพร้อมใช้งาน และที่สำคัญของพวกนี้ไม่มีอะไรที่มีอยู่เกินความจำเป็น

 

ในระยะยาว 
ผู้ให้บริการแก่ลูกค้าได้ตรงตามความต้องการก็จะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า มาใช้บริการเรื่อยๆ ไม่ใช่ ตีหัวเข้าบ้าน เน้นเอาถูกแต่คุณภาพไม่ดีพอ หรือ ดันไปให้อะไรที่ลูกค้าไม่ต้องการแต่ละเลยสิ่งที่ลูกค้าอยากได้ เช่น ลูกค้าเป็นชาวญี่ปุ่นมาอยู่หลังวัยเกษียณแต่ห้องน้ำไม่มีอ่าง แต่ดันมีมุมทำงานที่มีอุปกรณ์ครบครัน 



 
อีกตัวอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องกลยุทธ์ราคากับคุณภาพที่ผมชอบพูดคือ ปรากฎการณ์ปาท่องโก๋ ...  (ถ้าอยากฟังต่อกดที่ Link เลยครับ)









หากท่านสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อผมได้ที่
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it








Link

 
  • งานของกลุ่มวิจัยเรื่อง Lean (มาจากระบบของ Toyota) ที่คาร์ดิฟศึกษาการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยใน รพ.  (Link)  ถ้ากดครั้งแรกไม่ติด ให้กดซ้ำอีกครั้งจึงจะติด







กลับสู่สารบัญ








 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ