Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home เคล็ดลับวิจัย บริหารงานวิจัย ความหมายของ Research-based สำหรับมหาวิทยาลัยวิจัย
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ความหมายของ Research-based สำหรับมหาวิทยาลัยวิจัย Print E-mail
คมสัน สุริยะ
14 พฤศจิกายน 2552
 
 
การศึกษาในมหาวิทยาลัยมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบอเมริกาและแบบยุโรป แบบอเมริกาเน้นเรียนในชั้นเรียน (Course work) ให้มากเข้าไว้  เพื่อให้รู้ทุกเรื่องอย่างกว้างขวางแล้วก็สอบ จากนั้นทำวิจัยเพื่อประกอบการสำเร็จการศึกษา   แบบยุโรปทำวิจัยเป็นหลัก มีเรียนในชั้นเรียนบ้างตามความสนใจและความจำเป็นที่ต่างกันไปของนักศึกษาแต่ละคน 
 
 
ในมหาวิทยาลัยเมืองไทยก็มีทั้งผู้ที่สำเร็จการศึกษามาจากสหรัฐอเมริกาและยุโรปมากพอ ๆ กัน ทำให้ไม่รู้จะเลือกใช้รูปแบบอย่างไหนดี ก็เลยลงเอยที่รูปแบบไทย ๆ คือ ?เอาทุกอย่าง และต้องได้ฟรี?
 
 
ของฟรีไม่มีในโลก ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง ถ้าอยากได้ทั้งสองอย่างก็จะได้อย่างละนิดอย่างละหน่อย เรื่องนี้ชาวตะวันตกรู้ดี   คนไทยก็รู้แต่ไม่ยอมรับรู้ ก็เลยอยากเอาให้ดี (เลิศ) ทุกอย่าง แล้วในที่สุดเราก็ทำไม่ได้สักอย่าง   ก็เพราะมันผิดมาตั้งแต่เราคิด
 

 
มหาวิทยาลัยใด ๆ ที่มุ่งจะเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย และได้รับงบประมาณให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ควรเข้าใจคำว่า Research-based  ให้กระจ่างเสียก่อน
 
 

คำว่า Research-based แปลเป็นไทยได้ว่า อิงกับการวิจัย  หมายความว่า ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งการเรียนการสอน การวิจัย กิจกรรมของอาจารย์ และกิจกรรมของนักศึกษา ต้องอิงอยู่กับการวิจัย   ดังนี้
 

  • การสอน:    ต้อง สอนด้วยการนำผลการวิจัยมาบอกนักศึกษา    ต้องสอนในสิ่งที่เอาไปใช้ทำวิจัยได้     ต้องสอนให้คิดสงสัยและตั้งคำถาม   ต้องสอนให้ไปหาคำตอบ   ไม่ใช่ สอนด้วยการคัดลอกจากตำราโบราณ  สอนให้ผ่านไป สอนเพียงเพื่อส่งผ่านความรู้   และสอนในสิ่งที่เป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้  
 

  • การวิจัย:   ต้อง ทำให้การวิจัยคล่องตัวด้วยการผ่อนคลายระเบียบการเงิน ต้องมีค่าตอบแทนให้นักวิจัย ต้องมีทุนวิจัยสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่   ต้องมีทรัพยากรสำหรับการวิจัย เช่น ห้องปฎิบัติการ เครื่องคอมพิวเตอร์ ฐานข้อมูลออนไลน์   วารสารออนไลน์    ไม่ใช่ ไม่มีอะไรให้ แถมไม่พอเรื่องเงินยังเคร่งครัดจนทำอะไรไม่ได้ หรือทำได้แต่ก็ต้องออกเงินเอง
 

  • กิจกรรมของอาจารย์:   ต้อง มีเวลาให้ทำวิจัย จัดการสัมมนากลุ่มในหัวข้อวิจัยที่สนใจร่วมกัน ต้องเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการนานาชาติ   ต้องพยายามตีพิมพ์ผลงานการวิจัย   ไม่ใช่ สอนกันเต็มเอี๊ยด และต่างคนต่างอยู่ไม่แลกเปลี่ยนความรู้กัน
 

  • กิจกรรมของนักศึกษา:   ต้อง มีการเล่นที่เกี่ยวกับวิชาการ เช่น ตลาดหุ้นจำลอง มีการอบรมนอกหลักสูตร เช่น ทักษะการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับการวิจัย   วิธีวิเคราะห์เชิงปริมาณ ต้องให้นักศึกษามีทางเลือกที่จะเข้ารับการอบรมที่ตนเองสนใจ  ไม่ใช่ ปล่อยเลยตามเลย  ใครจะทำอะไรได้ไม่ได้ก็ไม่สนใจ  เพราะถือว่าอยู่นอกห้องเรียนแล้ว
 
 



เราอยากเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแต่เราไม่มีทางทำได้ 

ถ้าเรายังมีการสอนแน่นเอี๊ยด เนื้อหาก็เน้นการยัดให้นักศึกษามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ซึ่งไม่รู้จะยัดไปทำไม ไม่มีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน นัยว่าอยากให้นักศึกษารู้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ส่วนจะเอาไปใช้อะไรได้หรือเปล่าก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ) นอกจากนั้นยังติดขัดที่ระเบียบการเงินเรื่องการวิจัยเคร่งครัดเกินไป ไม่มีค่าตอบแทนให้นักวิจัย    อาจารย์มีความสนใจที่หลากหลายเกินไปไม่สามารถรวมกลุ่มกันได้ และการจัดอบรมให้นักศึกษาติดขัดเรื่องระเบียบการเงินและไม่มีค่าตอบแทนให้ผู้จัด
 



 
ถ้าผมเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยเรื่องการวิจัย 
  • ผมจะสนับสนุนให้ลดเนื้อหาในการสอนลง ให้เน้นเฉพาะเรื่องที่จะนำไปใช้ในการวิจัยได้   โดยโครงการตำราของมหาวิทยาลัยจะเสนอเงื่อนไขพิเศษให้กับคณาจารย์ที่พิมพ์ตำราที่เข้าลักษณะนี้
  • เพิ่มจำนวนอาจารย์ระดับปริญญาโทโดยใช้เงินรายได้คณะฯ สำหรับภาระการสอนที่จัดให้คณะอื่น (ซึ่งมีมากมาย บางทีมากกว่าที่จัดให้คณะตัวเอง)  ซึ่งเป็นที่ยอมรับได้ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ที่อาศัยผู้สอนซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาเอก
  • ให้ค่าตอบแทนอาจารย์ที่รวมกันทำวิจัยแบบ Interdisciplinary ซึ่งผสานความสนใจที่หลากหลายของอาจารย์แต่ละท่านเข้าไว้ด้วยกันได้
  • ลดความเคร่งครัดของระเบียบการเงิน ใช้ระบบความไว้วางใจระหว่างอาจารย์กับมหาวิทยาลัย (Trust) และวัดกันที่ผลงานวิจัยที่ออกมา   ไม่ต้องมาตามดูวิธีการใช้เงินซึ่งจุกจิกเกินไป    
  • ผ่อนคลายกฎระเบียบทางการเงินสำหรับการจัดอบรมนักศึกษา  และอนุญาตให้มีค่าตอบแทนสำหรับอาจารย์ผู้จัดกิจกรรมได้
 

ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ในยุคที่ผมเป็นผู้น้อย  ก็รอให้ผมเป็นผู้ใหญ่ก่อน  แล้วผมจะทำเตรียมไว้ให้คนรุ่นหลัง


ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานของเมืองไทยที่เรียกร้องให้รักชาติ ผมขอใช้สิ่งนี้แสดงออกซึ่งความรักชาติของผม ที่มุ่งจะเห็นความเจริญวัฒนาสถาพรในเรื่องการวิจัยของประเทศ และบ่มเพาะความสามารถในการวิจัยให้เยาวชน  แทนการเคลื่อนไหวทางการเมืองใด ๆ




 
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ