Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home เพลิน คิดเพลิน ๆ ต้นกำเนิดของความมั่งคั่งของชาติ
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ต้นกำเนิดของความมั่งคั่งของชาติ Print E-mail
คมสัน สุริยะ
29 ตุลาคม 2552
 
 
เมื่อวานตอนกลางวันไปนั่งทานข้าวที่โรงอาหารใกล้กับหอพัก   ทานอิ่มแล้วก็เลยนั่งดูวิวข้างนอกซึ่งเป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์   บรรยากาศของยุโรปทำให้คิดถึงภาพยนต์เรื่องอัศวินโต๊ะกลมตอนที่กษัตริย์ลูเธอร์ซึ่งเป็นพ่อของกษัตริย์อาเธอร์พยายามยุติสงครามกับคู่กรณีแล้วก็เลยแบ่งดินแดนกันโดยเอาคนละฝั่งของภูเขา  
 

ผมก็มานั่งคำนวณคร่าว ๆ ว่าถ้าคนในสมัยนั้นมีไม่มาก คน ๆ หนึ่งจะมีที่ดินมากเลย แล้วต่อมาก็คงจะแบ่งให้ลูกให้หลานกันไปตามส่วน แต่เมื่อมาเห็นคนเต็มโรงอาหารแล้วก็คิดว่าในปัจจุบันที่ดินสำหรับแต่ละคนคงน้อยมาก
 


ถ้าคนเราไม่มีที่ดินแล้วเราจะทำอะไร   คนญี่ปุ่นฉลาด ๆ บางคนช่วงต้นศตวรรษที่ 20  คิดประดิษฐ์อะไรออกมแปลก ๆ แล้วก็นำออกขาย ตอนแรกก็ขายให้คนในญี่ปุ่นก่อน คนเห็นว่าเป็นของแปลกก็ซื้อมาลองใช้ดู   หลังจากนั้นเมื่อไม่มีใครทำออกมาได้เหมือนก็เลยบุกมาขายถึงเมืองไทยและประเทศอื่น ๆ    ตลาดก็ขยายตัวออกไปได้เรื่อย ๆ 
 

เมื่อมีสินค้ารุ่นแรกก็มีรุ่นต่อไป   คนที่เห็นของใหม่ก็เกิดความอยากได้ก็ซื้ออีกรอบหนึ่ง ลูกค้าเก่าทั้งในและต่างประเทศก็ซื้อกันอีกรอบหนึ่ง รายได้ของผู้ผลิตชาวญี่ปุ่นก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
 

ทำไมคนไทยไม่ทำเลียนแบบสินค้าเหล่านั้น เหตุก็ตอนนั้นเพราะเราไม่มีความรู้เรื่องทรานซิสเตอร์และวงจรไฟฟ้า    ต่อมาเราก็ไม่มีความรู้เรื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า   ดิจิตอล และ เวฟเล็ท (Wavelets)  มาถึงตอนนี้เราก็ไม่รู้เรื่องนาโนเทคโนโลยีและเอไอ (Artificial Intelligence) ผมหมายถึงความรู้ในระดับที่จะทำหุ่นยนต์มาแข่งกับอาซิโมยอดหุ่นยนต์
 

อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เป็นเวทีสำหรับการใช้งานความรู้เรื่องนาโนเทคโนโลยีและเอไอแบบเต็มที่ ยกตัวอย่างเรื่องมอเตอร์จิ๋วและเรื่องความสามารถการจำหน้าเจ้าของ   ผมไม่ทราบว่าต่อไปยอดขายของหุ่นยนต์จะดีไหม แต่ถ้าเกิดมันขายดีขึ้นมาจริง ๆ ชาติที่มีความรู้เรื่องนี้ที่ล้ำหน้ากว่าใครและไม่มีใครจะสามารถเลียนแบบได้ทันทีทันใดก็คงเป็นญี่ปุ่น
 

รายละเอียดต่าง ๆ ที่เป็นความลับทางการค้าซึ่งบริษัทผู้ผลิตกลัวจะโดนย้อนรอย (Reversed enginearing) ก็ต้องหาทางจดทะเบียนป้องกันสิทธิ์เอาไว้ก่อน   ใครจะมาทำเลียนแบบก็ต้องโดนฟ้องโดนปรับกันไป นี่เป็นที่มาของสิทธิบัตร (Patent)
 
 
คนไทยก็เห่อเรื่องสิทธิบัตรอยากจะมีกับเขาบ้าง หน่วยงานบางแห่งตั้งเป้าว่าจะต้องมีสิทธิบัตรกี่เรื่อง ๆ ต่อปี โดยลืมไปว่าที่มาของมันคืออะไร   เราก็เลยทำได้บ้างไม่ได้บ้าง   นาน ๆ ทำได้ทีหนึ่ง   บางทีจดไปแล้วก็โดนละเมิดลิขสิทธิ์ง่าย ๆ เพราะดันไปจดในสิ่งที่ไม่ใช่สาระสำคัญของการทำงาน (Functioning) แต่ไปจดเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก   เขาก็เปลี่ยนหน้าตามันเราก็ฟ้องไม่ได้แล้ว
 
 
คนไทยชอบเข้าข้างตัวเองว่าถนัดเรื่องการบริการ   แต่นวัตกรรมทางด้านการบริการ เช่น นวัตกรรมการศึกษา นวัตกรรมการท่องเที่ยว จดสิทธิบัตรไปก็เท่านั้น เพราะใครแอบเอาไปทำที่ไหนก็ได้   เมื่อเราจับได้เขาก็เปลี่ยนรายละเอียดนิดหน่อยก็ไม่เหมือนกันแล้ว อีกอย่างเราก็ก๊อปปี้ขายไม่ได้เพราะลักษณะของมันทำอย่างนั้นไม่ได้ มันจึงมีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำ ภาษาเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Economic rent ต่ำ 
 
 
สินค้าไหนที่ปั๊มออกมาขายได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องคิดทำอะไรเพิ่มมากมาย เรียกว่ามี Economic rent สูง   เพราะอาศัยจังหวะที่ตลาดไม่มีสินค้าแบบเดียวกันจำหน่ายในตลาด จะด้วยเพราะมันเกินกว่าที่ใครจะมีความรู้ หรือเพราะมันถูกผูกขาดก็ตาม   แต่เรื่องการศึกษาและการท่องเที่ยวไม่เข้าข่ายเลย เพราะใคร ๆ ก็ทำตามได้ และก็ไม่มีการผูกขาด
 
 
สุดท้ายคำถามคือแล้วคนไทยจะจดสิทธิบัตรเรื่องอะไรที่เป็นเงินเป็นทองจนทำให้เกิดความมั่งคั่งแก่ประเทศชาติ    ถึงผมจบด๊อกเตอร์แล้วผมก็คงจะยังไม่ฉลาดพอที่จะตอบได้    ถ้าผมรู้คำตอบก็คงไม่ต้องมาทนนั่งอ่านหนังสือสอบอย่างนี้แล้ว
 
 
 
 

 
 

ป.ล. อาจารย์ไกรศรเคยตอบว่า Computer Software  เพราะเห็นว่าคนไทยทำได้แล้วก็ต้นทุนไม่สูง   แล้วอาจารย์ก็ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตเพื่อพิสูจน์คำตอบนี้   ซึ่งสิ่งที่อาจารย์พบจะเป็นคำตอบที่ ?ใช่? หรือไม่สำหรับเมืองไทย ผมเคยได้ยินคำตอบแล้ว แต่ถ้าท่านอยากทราบ ท่านสามารถถามอาจารย์ไกรศรเพื่อขอทราบคำตอบจากอาจารย์ได้โดยตรง   


หลาย ๆ ท่านก็พยายามหาคำตอบเป็นอะไรอีกมากมาย เช่น โครงการ "จากหิ้งสู่ห้าง"  ซึ่งฟังดูเข้าท่าและก็เลยใช้ตาม ๆ กันในหลาย ๆ หน่วยงาน  แต่ท่านเองก็รู้ดีว่าความสำเร็จทางการค้านั้น  ไม่ได้เพียงแต่นำผลงานวิจัยลงมาจากหิ้งแล้วผลิตไปจำหน่ายในห้างเท่านั้น   มันยังต้องแข่งขันได้ด้วยกับของเดิม  ของอย่างอื่นที่ทดแทนได้  และของใหม่ที่จะเข้ามาตามหลังเรา   คือ  จากหิ้งสู่ห้างอาจจะทำได้   แต่จะมีชีวิตอยู่ในห้างได้นานหรือเปล่านี่ก็อีกเรื่องหนึ่ง  



















 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ