Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ทางข้างหน้า ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ อยากตีพิมพ์ในวารสารวิชาการต้องทำอย่างไร
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















อยากตีพิมพ์ในวารสารวิชาการต้องทำอย่างไร Print E-mail
คมสัน สุริยะ
19 ตุลาคม 2552
 
 
 
เวลาที่เราอยากตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ เราควรต้องรู้หลักบางประการดังต่อไปนี้
 


1. วารสารวิชาการมีประวัติเริ่มต้นมาจากจดหมายที่นักวิชาการที่อยู่ต่างสถานที่กันใช้เขียนตอบโต้กัน   วัฒนธรรมนี้ยังติดมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะได้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการก็คือเขียนตอบคนอื่น   คิดง่าย ๆ เหมือนกับการตอบกระทู้ทางอินเตอร์เน็ต ในเมื่อกระทู้ได้รับการตีพิมพ์แล้วก็แสดงว่าวารสารฉบับนั้นชอบเรื่องนี้   การเขียนตอบจึงง่ายที่จะได้รับการยอมรับมากกว่าการตั้งกระทู้ใหม่
 
 

2. ในเมื่อเราต้องเขียนตอบคนอื่น เราก็ต้องอ่านงานของคนอื่นก่อน   เริ่มต้นเราก็ค้นจาก Google ดูว่าเรื่องที่เราสนใจพอจะมีใครทำไว้บ้าง ถ้าให้ง่ายก็เติมคำว่า ext:PDF ก็จะเจอเร็วขึ้น 
 


3. จากนั้นเมื่อมองเห็นชื่อเรื่องของเขา เราก็พอจะมีไอเดียว่าเราจะเขียนตอบไปเป็นเรื่องอะไรที่เข้าทำนองเดียวกัน แล้วก็ให้แอบมองว่าวารสารนั้นชื่ออะไร
 


4. เรื่องไหนน่าสนใจก็อ่านละเอียดหน่อย เรื่องไหนพอเข้าเค้าก็อ่านคร่าว ๆ     เรื่องไหนไม่น่าสนใจก็ทิ้งไป 
 


5. ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เป็นชีวิตประจำวัน เดี๋ยวก็คิดได้เองว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี แล้วก็ส่งไปวารสารชื่อตามที่ปรากฎในบทความเหล่านั้น  
 


6. จากนั้นก็รอ   ระหว่างรอก็เขียนเรื่องอื่นต่อไป ส่งไปที่อื่นต่อไป  
 


7. รับรองเลยว่าช่วงแรกของชีวิตจะไม่ได้รับการตอบรับจากที่ไหนเลย ไม่เป็นไร ที่ลงทุนไปแล้วก็แล้วไป ไม่ต้องหวงไม่ต้องเสียดาย   เราอาจจะทำงานวิจัยเป็นเวลานานกว่าจะได้งานนั้นมาก็อาจจะเสียใจว่าเหมือนเราจะส่งไปผิดที่ (วารสารเขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้จริง ๆ   หรือว่าวารสารหรูเกินไป) เลยไม่ได้รับการตีพิมพ์   แต่ไม่ต้องคิดมาก ทำวิจัยเรื่องใหม่ออกมาเรื่อย ๆ    บทความไหนเขาส่งมาให้แก้ก็แก้ไป   อันไหนเขาปฎิเสธก็ลองดูว่าเขาคอมเม้นท์มาว่าอะไร แล้วก็ลองแก้ตามนั้นดูแล้วส่งไปวารสารอื่นที่ใกล้เคียงกัน ไม่ต้องโกรธ ทำตัวให้เหมือนเครื่องตอบรับโทรศัพท์อัตโนมัติ 
 


8.  จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปสักสามปี   เราก็อาจจะเริ่มได้ข่าวดี   แต่ที่แน่ ๆ ถ้าทำไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดเหมือนเครื่องจักรเมดอินเยอรมัน ภายในเจ็ดปีรับรองจะได้ตีพิมพ์เรื่องแรก ในทางวิชาการแล้วไม่นานเกินรอ เพราะยังไม่ถึงสิบปีด้วยซ้ำ
 


 
9.   ข้อห้ามคือ อย่าส่งเรื่องเดียวกันไปลงวารสารสองฉบับพร้อม ๆ กัน ถ้าจะส่งไปอีกที่หนึ่งต้องรอให้ที่แรกปฎิเสธมาก่อน   ไม่อย่างนั้นถือว่าผิดกติกาอย่างร้ายแรง   เขาจะแบนตลอดชีวิต
 
 


10.  หลังจากแก่ไปอีกเจ็ดปี   อีโก้จะแรงขึ้นเยอะ ตอนนี้ถ้าเขาไม่ให้ตีพิมพ์ก็จะโกรธ ถือเป็นเรื่องส่วนตัวว่าทำไมไม่เกรงใจฉันเลย   อย่าทำอย่างนั้น   แก่ไม่แก่เขาไม่ได้ระบุไว้ในชื่อผู้เขียน และใหญ่ไม่ใหญ่เขาก็ไม่ได้ระบุไว้เหมือนกัน   ให้ปั๊มงานไปเหมือนเครื่องจักรที่เดินเครื่องสม่ำเสมอ   ไม่มีกาลเวลา และไม่มีตัวตน (Selflessness) ภาษาไทยเรียกว่าไม่มีอัตตา  
 



11.   เมื่อบรรลุความไม่มีอัตตาได้แล้ว งานจะออกมาเพียว ๆ แล้วก็มักจะได้ตีพิมพ์ง่ายและบ่อยขึ้น 
 



12. ตราบใดที่ยังมีอัตตาและความโกรธบวกความอาฆาตสำนักพิมพ์   งานจะออกมางั้น ๆ จะดูไม่ชัดเจนแจ่มใสเท่าไร เพราะปนความหวังว่าสำนักพิมพ์จะเกรงใจตัวเอง ซึ่งคิดไปเองทั้งนั้น มันจะเป็นเมฆดำที่ปกคลุมจิตใจทำให้ผลงานออกมาไม่แจ่มใส
 




13. ทำตัวให้เหมือนดวงอาทิตย์ที่ขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตกทุกวัน ดวงอาทิตย์ยิ่งใหญ่แต่ไร้อัตตา   ทำหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ ทุกวันก็จะมีคนเปิดประตูออกมาต้อนรับความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ด้วยความยินดี   เหมือนกับสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ก็จะเปิดประตูให้เราลงตีพิมพ์ได้เรื่อย ๆ   เอง
 
 
 
 



 
 
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ