Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home เคล็ดลับวิจัย บริหารงานวิจัย ทำอย่างไรให้มาตรฐานสูง
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ทำอย่างไรให้มาตรฐานสูง Print E-mail
คมสัน  สุริยะ
15 ตุลาคม 2552



ทำไมบางที่มาตรฐานสูงกว่าบางที่   เหตุผลเพราะว่าที่ที่มาตรฐานสูงกว่านั้นมีคนเคยสร้างความสำเร็จไว้ในระดับที่เหนือกว่าและในปริมาณที่มากกว่า   ทำให้มี Know-how  รู้ว่าจะไปให้ถึงมาตรฐานสูงได้อย่างไร และเมื่อกระจาย Know-how นั้นไปในสังคมก็จะเกิดเป็นวัฒนธรรมของความมีมาตรฐานสูง





สมมติว่ามีช่องว่างอยู่ห้าช่องสำหรับเติมชื่อใครก็ตามที่ทำผลงานได้เหนือกว่าคนอื่นในที่แห่งนั้น  จะวัดด้วยอะไรก็ตามแต่ตกลงกัน  แล้วหากใครทำผลงานดีกว่าก็จะขึ้นมาแทนที่คนที่ผลงานด้อยกว่าในบอร์ดนั้น  คล้าย ๆ คนที่ทำคะแนนได้เหนือกว่าในเกมส์แฟนพันธุ์แท้ออฟเดอะเยียร์   ช่วงแรก ๆ ของการพัฒนาจะพบว่าคะแนนของคนที่ติดห้าอันดับแรกในบอร์ดจะไม่สูงมากนัก   นาน ๆ ทีก็จะมีคนที่ได้คะแนนมากอย่างผิดปกติมาติดบอร์ด   จากนั้นเมื่อการพัฒนาผ่านกาลเวลาไปก็จะมีคนที่ติดบอร์ดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา  แต่คะแนนจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ   เพราะถ้าไม่สูงกว่าคนเดิมก็จะไม่ได้ขึ้นบอร์ด



คะแนนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการติดห้าอันดับแรกทำให้คนที่มาทีหลังจำเป็นต้องทำให้ได้คะแนนมากเท่านั้นหรือมากกว่านั้น   และนั่นก็คือการสร้างมาตรฐานของที่แห่งนั้นโดยธรรมชาติ



เปรียบเทียบสองแห่ง  แห่งหนึ่งคนติดบอร์ดทำคะแนนได้ดังนี้  99   96  95  92   90
แห่งที่สองคนติดบอร์ดทำคะแนนได้ดังนี้  99  63  62  61  59
ที่ใดมีมาตรฐานการเล่นที่สูงกว่ากัน



คำตอบก็คือที่แรก  เพราะเราเห็น ๆ อยู่ว่าถ้าได้คะแนนไม่ถึง 90 คะแนนก็จะไม่สามารถก้าวขึ้นมาติดบอร์ดได้   ในขณะแห่งที่สองคนจะเข้าใจได้ว่าคนที่ได้คะแนนเพียง 60  คะแนนก็ติดบอร์ดได้แล้ว  และสำหรับคนที่ได้ 99 คะแนนถือว่าแปลกแยกแต่ไม่ถือว่าเป็นมาตรฐาน




ที่ผมต้องการสื่อไม่ได้ว่าให้ใครหรือที่ไหนว่ามาตรฐานสูงหรือต่ำต่างกัน  แต่ต้องการสื่อว่ามาตรฐานสร้างขึ้นมาได้โดยธรรมชาติ   ไม่ใช่การกำหนดขึ้นเองตามใจชอบ



ยกตัวอย่างเช่น  ถ้าแห่งที่สามบอกว่า  คนที่จะขึ้นบอร์ดได้จะต้องมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 80 คะแนน   แต่ห้าคนที่ดีที่สุดทำคะแนนได้ดังนี้  99   77  75  74  70    ผลก็คือเฉพาะคนแรกเท่านั้นที่ผ่านได้ขึ้นบอร์ด   แบบนี้กล่าวไม่ได้ว่ามาตรฐานของที่นี่คือ 80 คะแนน  เพราะเท่าที่เห็นคือระหว่าง 70 ถึง 77 คะแนน  ส่วนคนที่ได้ 99 คะแนนก็ตีความเหมือนกลุ่มที่สองก็คือแปลกแยกแต่ไม่ถือเป็นมาตรฐาน




สิ่งที่ผมต้องการขอร้องก็คือ  ขอให้มาตรฐานใด ๆ ก็ตามที่กำหนดมาสำหรับวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทเติบโตไปพร้อม ๆ กับความสามารถของคนส่วนใหญ่ของที่นั่น   ไม่ใช่สร้างมาตรฐานที่ก้าวไม่ถึงสำหรับคนส่วนใหญ่    แล้วอ้างว่าที่นี่มาตรฐานสูง   สิ่งนี้เกิดขึ้นมากในมหาวิทยาลัยที่เกิดใหม่และกำลังเติบโต  




ผมเข้าใจว่ามหาวิทยาลัยที่เกิดใหม่ก็ต้องการแสดงตัวว่าวิทยฐานะของตนมีมาตรฐานสูง  ด้วยการสร้างรั้วที่สูงมากให้นักกีฬาต้องวิ่งข้าม   นั่นไม่ใช่การสร้างคณะ หรือการสร้างมหาวิทยาลัยที่ดี   เพราะรังแต่จะทำให้เกิดความเครียดที่ไม่จำเป็นแก่นักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษา   กรุงโรมไม่ได้สร้างในวันเดียว  มาตรฐานของมหาวิทยาลัยเกิดใหม่จะทำได้เท่ากับมหาวิทยาลัยที่เกิดมาหลายสิบปีหรือร้อยปีได้อย่างไร    




มาตรฐานจะต้องค่อย ๆ สร้างอย่างใจเย็น   เน้นไปเรื่อย ๆ เหมือนกับเดินขึ้นเขาเรื่อย ๆ   เมื่อคนที่ตามมาข้างหลังเห็นว่าเราเดินสูงขึ้นเรื่อย ๆ และอยู่ในวิสัยที่มนุษย์ธรรมดา ๆ จะทำได้   เขาก็จะเดินตาม   และก็จะมีคนที่เดินสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามมามากขึ้นเรื่อย ๆ  





มหาวิทยาลัยไทยก็ไม่จำเป็นต้องรีบสร้างมาตรฐานให้สูงเท่ากับมหาวิทยาลัยในชาติตะวันตก  เพราะวัฒนธรรมการวิจัยแบบเป็นวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยพึ่งเกิดขึ้นไม่เกินร้อยปีนี้   และการสร้างตำราโดยอาจารย์ของไทยก็ยังพึ่งเริ่มต้น    ผมยังเห็นหนังสือเก่า ๆ ที่เขียนโดยศาสตราจารย์บางท่านที่มีชื่อเสียงมากในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของไทยตอนนั้นก็ยังใช้วิธีแปลตำราของฝรั่งมา   คนไทยเราก็เริ่มต้นกันที่ตรงนี้  ไม่ใช่อยู่ ๆ กระโดดมาเขียนตำราที่มีเนื้อหาจากการค้นพบของตัวเองทั้งหมดได้เลย   มันทำได้ยาก ต้องอาศัยเวลา





คนไทยสองคน  คนแรกเรียนในมหาวิทยาลัยที่มาตรฐานสร้างขึ้นจากธรรมชาติ   อีกคนเรียนในมหาวิทยาลัยที่มาตรฐานถูกกำหนดขึ้นมาด้วยการเปรียบเทียบกับที่อื่น   ถึงแม้มาตรฐานของทั้งสองที่จะเท่ากันเป๊ะ   แต่คนแรกจะจบง่ายกว่า   นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคนเรียนเมืองไทยถึงจบยากกว่า




ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น    เหตุผลก็เพราะสังคมของเขารู้วิธีที่จะไปให้ถึงมาตรฐานตรงนั้น  เขาพูดกันตลอดเวลาว่าจะทำให้ไปถึงได้อย่างไร   ในขณะอีกที่หนึ่งมองเห็นว่ามาตรฐานอยู่ตรงไหนแต่ไม่รู้วิธีที่จะทำอย่างไหให้ไปถึง   และต่างคนก็ได้แต่บ่นให้กันฟังว่าไปไม่ถึงและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ไปถึง
 
 
 
ทางออกของเรื่องนี้สำหรับมหาวิทยาลัยในเมืองไทยที่อยากยกระดับมาตรฐานของตัวเองให้สูงขึ้นคือ ใจเย็น ๆ รวบรวมคนที่รู้วิธีที่จะไปให้ถึงมาตรฐานที่สูงนั้นมารวมกันเยอะ ๆ แล้วมาตรฐานจะค่อย ๆ ขยับสูงขึ้นได้เองเมื่อ Know-how ของการเดินขึ้นเขาได้รับการถ่ายทอดไปสู่นักศึกษา แล้วความมีมาตรฐานสูงก็จะค่อย ๆ กลายเป็นวัฒนธรรมของที่นั่น
 
 

 
 




 
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ