Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















สถาบันวิจัยทำอะไร Print E-mail
คมสัน  สุริยะ
11 ตุลาคม 2552



สังคมไทยยังไม่ชินกับการวิจัยเพราะคุ้นเคยอยู่กับการได้รับการสั่งการจากส่วนกลางว่าให้ทำหรือไม่ให้ทำอะไรโดยปราศจากข้อสงสัยหรือถึงสงสัยก็ไม่สามารถขัดได้   ความเจริญก้าวหน้าที่ผ่านมาในอดีตจึงขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์และความสามารถของผู้นำในส่วนกลางล้วน ๆ  



ผู้นำระดับสูงในส่วนกลางมักจะมีคณะที่ปรึกษาซึ่งทำหน้าที่ให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ  ทั้งที่เป็นข้อเท็จจริง (Fact) ตรรกะความเป็นเหตุเป็นผล (Logic)  ทางเลือกสำหรับการดำเนินมาตรการ (Choices) นอกจากนั้นอาจจะประมาณการณ์ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากใช้มาตรการนั้น (Impact)



ผู้นำที่ได้คณะที่ปรึกษาที่เก่ง  มีความรอบรู้  เชี่ยวชาญ  สามารถมองเห็นข้อเท็จจริงที่ตรงไปตรงมาไม่เจืออคติ  ตรรกะที่เป็นวิทยาศาสตร์ไม่ใช่ว่าเอาเอง  ทางเลือกที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติและประหยัด  รวมทั้งประมาณผลกระทบที่ไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป  ย่อมสามารถตัดสินใจได้ง่ายและได้ผลดี



ตรงข้ามกับผู้นำที่ได้คณะที่ปรึกษาที่ประจบสอพลอ  บิดเบือนข้อเท็จจริง  สร้างตรรกะตามใจเจ้านาย  เสนอทางเลือกที่วิเศษแต่ทำได้ยากหรือใช้งบประมาณมากเกินไปเพื่อหวังจะได้ค่านายหน้า  และประมาณผลกระทบที่ดีเกินจริงให้เข้าข้างฝ่ายตัวเอง  ย่อมตัดสินใจผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะความบิดเบือนทั้งหลาย




คนเรามีแนวโน้มที่จะชอบคนประจบสอพลอมากกว่าคนที่ตรง  เพราะคำหวานย่อมรื่นหูกว่าคำติติง  และขัดอะไรก็ได้แต่อย่าขัดคอ  ดังนั้นจึงเป็นธรรมชาติที่ผู้นำมักจะแวดล้อมด้วยคณะที่ปรึกษาที่มีแนวโน้มที่จะให้ข้อมูลที่เข้าข้างตัวเอง  และทำให้คิดว่าสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นดีแล้ว  เหมาะสมแล้ว   เข้าทำนองวลีที่ว่า  "ดีครับนาย ได้ครับผม เหมาะสมครับท่าน"




คนอื่นนอกวงอาจจะเห็นเป็นอย่างอื่นเพราะมีข้อมูลด้านอื่น  คู่กัดตลอดกาลก็คือ ฝ่ายรัฐบาลและ NGO  ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างข้อมูลที่เข้าข้างความคิดความเชื่อของตนเอง  และดันทุรังจะยึดหนทางปฏิบัติที่ตนเองเชื่อ   ฝ่ายหนึ่งบอกให้สร้าง  อีกฝ่ายหนึ่งบอกไม่ให้สร้าง   เรื่องก็มักจะลงเอยที่ความคาราคาซังของโครงการ     ฝ่ายรัฐบาลก็บอกว่าพวก NGO  ขัดขวางความเจริญ   ฝ่าย NGO  ก็บอกว่าพวกรัฐบาลไม่คิดให้รอบคอบและอาจมีนอกมีในเรื่องค่านายหน้าในการดำเนินโครงการหรืออาจจะมีญาติพี่น้องที่ได้รับสัมปทานเสียเอง    แล้วประชาชนทั่วไปจะเชื่อใคร




เมื่อมวยชกกันก็ต้องมีกรรมการ  กรรมการก็ต้องเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด   ไม่ปล่อยให้ฝ่ายหนึ่งชกอีกฝ่ายหนึ่งด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นธรรม  แล้วใครจะมาเป็นกรรมการระหว่างมวยคู่เอกคู่นี้




มวยคู่อื่นก็มีอีก  เช่น  บอร์ดบริหารของบริษัทสองคนไม่ถูกกัน  ต่างก็เสนอนโยบายที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง  ต่างคนต่างอ้างความคิดความเชื่อของตนเอง  แล้วคณะกรรมการจะตัดสินใจอย่างไร   ผลก็คือตัดสินไปตาม "ความเกรงใจ"   ถ้าเกรงใจใครมากกว่าก็สนับสนุนคนนั้น   ไม่ได้ตัดสินใจบนฐานของข้อเท็จจริง   




สิ่งที่เป็นอย่างนี้เพราะเข้าใจได้ว่า  "ไม่มีใครมีข้อเท็จจริง"  หรือมีก็ "ไม่ตรงกัน"  หรือตรงกันก็ "บอกไม่หมด"  โดยเลือกรายงานเฉพาะที่เข้าข้างตัวเอง  และปิดเงียบเรื่องที่จะทำให้ตัวเองเสียเปรียบ




ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และนิยมความเป็นกลางจึงนิยมหันหน้าเข้าหาคนกลาง    สถาบันวิจัยเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกลาง   และดำรงความเป็นกลาง




ดังนั้น  สถาบันวิจัยได้รับการคาดหวังให้ทำสิ่งต่าง ๆ ดังนี้


1.  รวบรวมข้อเท็จจริง  (Fact)   อย่างรอบด้าน  และเป็นกลาง
 
2.  ตรวจสอบตรรกะ  (Logic)   ความเป็นเหตุเป็นผล  ว่าถูกต้องหรือไม่

3.  เสนอทางเลือก (Choices)  ที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ  และประหยัด

4.  ประมาณการณ์ผลกระทบ (Impact)    อย่างตรงไปตรงมา  และรอบด้าน






ความขัดแย้งของบุคคลสองฝ่ายจะสามารถยุติได้เมื่อต่างฝ่ายต่างนำเสนอข้อมูลที่ตนเองมีอยู่กลางที่ประชุม หรือกลางสาธารณะ  แน่นอนว่าใบเบื้องต้นข้อมูลหลายอย่างย่อมไม่ตรงกัน   (ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าจ้างสถาบันวิจัยคนและแห่งกัน)    แต่เมื่อผู้อื่นที่เข้าร่วมประชุมพิจารณาแล้วว่าข้อมูลของฝ่ายใดเป็นที่น่าเชื่อถือกว่ากัน    ก็ตัดสินใจเลือกโหวตให้กับฝ่ายนั้น   ซึ่งตามระบอบประชาธิปไตย  การโหวตอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมย่อมยุติศึกได้




ท่านอาจจะถามว่า  ในวงเล็บที่ว่า  สถาบันวิจัยคนละแห่งก็อาจจะให้ข้อมูลที่ต่างกัน   แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่จะจ้างสถาบันวิจัย  ผมขอเรียนอย่างนี้ว่า  


1.  ก่อนหน้านั้นมักจะไม่มีใครที่มีข้อมูลเลย  แม้แต่ผู้นำ  หรือมีก็ไม่จริง   ถึงจริงก็ไม่ครบ  ไม่รอบด้าน  ฟังความข้างเดียว  หรืออาศัยประสบการณ์ส่วนตัวเป็นหลัก   เช่น   เรามองฟ้าแล้วเห็นเมฆดำอยู่บ้าง  คนหนึ่งก็บอกว่าวันนี้ฝนจะตก  อีกคนก็บอกว่าไม่ตกหรอก   ตกลงมันจะตกหรือไม่ตก  


ที่เยอรมันมีเรดาร์อากาศ  สามารถบอกได้ในช่วงเวลาก่อนหน้าประมาณ 2 - 3 ชั่วโมงว่าฝนจะตกที่ไหนและตอนกี่โมง  ในที่นี้สถานีเรดาร์อากาศสองแห่งที่ใช้เครื่องมือเหมือน ๆ กันควรจะให้ผลที่ไม่ต่างกันมากนัก



2.  จริงอยู่ที่สถาบันวิจัยบางแห่งรับงานที่เรียกว่าเป็น "ตรายาง"  เพื่อให้มีผลการศึกษาออกมาว่าโครงการนี้ทำได้   เนื่องจากกฎหมายระบุว่าต้องมีการศึกษาผลกระทบก่อน   และสถาบันวิจัยเหล่านี้ก็ผลิตใบรับรองว่า "ผ่าน"  ให้กับผู้ที่ยินดีจ่ายเงินซื้อ


แต่ความไม่ตรงไปตรงมาย่อมเป็นที่ประจักษ์  เข้าทำนอง  "ซื่อกินไม่หมด  คดกินไม่นาน"    เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ไม่เคยมีมาก่อน  ในอดีตชาวตะวันตกก็เคยมีการซื้อผลการวิจัยเช่นกัน  แต่สถาบันวิจัยเหล่านั้นอยู่ได้ไม่นาน  เพราะการตรวจสอบของผู้เกี่ยวข้องมีความเข้มข้น  เช่น  ข้อมูลทำไมบิดเบือน  ตรรกะเพี้ยน  ทางเลือกที่เข้าข้างผู้รับเหมา  และผลกระทบที่ดีเกินเหตุ   เหล่านี้สังคมสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้  และในที่สุดสถาบันวิจัยที่ซื่อตรงเท่านั้นที่อยู่ได้ในระยะยาว  




ยิ่งเป็นการทำวิจัยให้กับภาคเอกชนยิ่งหลอกลูกค้าไม่ได้  เพราะผลการวิจัยจะถูกอ้างถึงในการวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจ  ดังนั้นหากเสนอสิ่งที่ไม่จริงให้กับลูกค้า  แล้วเกิดปัญหาว่าทำไมธุรกิจถึงไม่ได้เป็นอย่างที่งานวิจัยเสนอข้อมูล   ย่อมเกิดความเสียหาย  และรับรองว่าสถาบันวิจัยนั้นจะอยู่ไม่ได้อีกต่อไป   เพราะไม่มีใครอยากจ้างคนที่ให้ข้อมูลเท็จจนก่อให้เกิดความเสียหาย




โดยสรุปแล้ว  สถาบันวิจัยมีหน้าที่รักษาความเป็นกลาง  ให้ข้อมูลที่เป็นกลาง  รอบด้าน  และถูกต้อง  ในสีเรื่องคือ  
ข้อเท็จจริง (Fact)  ตรรกะ (Logic)  ทางเลือก (Choices) และผลกระทบ (Impact)  
เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้นำ  บอร์ดบริหาร  และผู้บริหารทั้งภาคราชการและเอกชน  ซึ่งติดต่อว่าจ้างให้ทำการวิจัย     
หรือแม้แต่กับประชาชนที่ไม่ได้เป็นผู้ว่าจ้างโดยตรง  แต่เป็นผู้เสียภาษีให้กับสถาบันวิจัยของรัฐ









กลับสู่สารบัญ


 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ