Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home เพลิน เย็นกายสบายใจ ทำไมทำอะไรเป็นทีมถึงสนุก
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ทำไมทำอะไรเป็นทีมถึงสนุก Print E-mail
คมสัน  สุริยะ
7 ตุลาคม 2552



ตอนผมอยู่ ม.2  จำได้ว่าคุณสุบิน ปิ่นขยัน ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้นได้มาบรรยายที่โรงเรียนถึงเคล็ดลับในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ  ผมจำได้แม่นว่าท่านบอกว่า  "ให้ถามตัวเองว่าชอบทำงานคนเดียวหรือทำงานเป็นทีม"  ตอนนั้นผมไม่แน่ใจว่าผมชอบอย่างไหนกันแน่  ต่อมาอีก 20 ปีผมคิดว่าผมชอบการทำงานเป็นทีม  เหตุผลก็คือมันสนุกกว่า



การทำงานเป็นทีมที่ผมชอบมากคือการเล่นดนตรีและเล่นกีฬา   เมื่อก่อนผมเล่นดนตรีไทยกับวงดนตรีของมาสเตอร์กิตติและมาสเตอร์ไพศาลของโรงเรียนมงฟอร์ต  ซึ่งทั้งพี่ ๆ เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ที่ร่วมวงด้วยกันก็ใกล้ชิดสนิทสนมกันมาจนถึงปัจจุบัน  และต่างยอมรับในฝีไม้ลายมือของกันและกัน  โดยเฉพาะพี่พิพัฒน์พงศ์ (พี่นิ่ม) ที่เอาดีด้านดนตรีไทยจนแตกฉาน    คนอื่นก็เป็นหมอเป็นวิศวกรกันไปทั่วหน้า  จะมาแปลกก็ผมที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์



พี่นิ่มเคยบอกว่าการเล่นดนตรีนั้นไม่เพียงต้องพยายามฝึกฝนตนเองให้เล่นทันเพื่อน ๆ ในวง  ยังต้องรู้จักฟังที่คนอื่นเล่นด้วย  ว่าเราเล่นเข้ากันกับเขาไหม  คอยสังเกตจังหวะและการให้สัญญาณของหัวหน้าวง    ไม่ใช่สักแต่เล่นของเราเองไปคนเดียว     และเมื่อเรารู้สึกว่าเราเล่นได้และเล่นเข้ากับคนอื่นได้ด้วยอย่างสอดคล้องก็จะเกิดความรู้สึกเบิกบานอย่างบอกไม่ถูก   มีสารเอ็นโดฟินออกมาทำให้ร่างกายและจิตใจเบิกบาน   เวลาเล่นจบก็มีความสนุกสนานเบิกบานมาก



ผมชอบดูวงโยธวาฑิตของมงฟอร์ต (ซึ่งได้แชมป์โลก) ซ้อมแปรขบวนกลางสนามตอนเย็น ๆ  เพราะบ้านอยู่ติดกับโรงเรียนจะกลับเย็นหน่อยก็ได้   ทำให้เห็นถึงจังหวะของทั้งคนและดนตรีไปพร้อม ๆ กัน   จังหวะดนตรีท่อนไหนควรเคลื่อนไหวอย่างไร  ช้าหรือเร็ว  และควรหยอดทีเด็ดทีขาดเข้าไปตอนไหนจึงจะทำให้ผู้ชมประทับใจ   สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมได้เปรียบในการทำ Presentation มาจนถึงทุกวันนี้เพราะความสามารถในการควบคุมการเดินเรื่องให้เข้ากับจังหวะ



ไม่เพียงแต่เรื่องดนตรี  ผมชอบเล่นฟุตบอล (พลาสติก) กับเพื่อน ๆ ตอนเย็นที่โรงเรียนก่อนกลับบ้าน   วันไหนที่ยิงประตูได้สัก 6 ลูกรู้สึกมีความสุขมาก   เพราะทั้งรู้สึกว่าเราก็ทักษะดีเหมือนกัน  และเราเล่นเข้ากับเพื่อน ๆ ได้  ความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกลมเกลียวกันในทีมทำให้เกิดความชื่นมื่นเบิกบานอย่างบอกไม่ถูก   เพื่อน ๆ ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส  และนัดต่อไปก็ยิ่งเล่นเข้ากันมากขึ้นเรื่อย ๆ



การทำงานเป็นทีมยังทำให้ผมมีความสุขทั้งตอนที่ทำงานในชมรมโครงงานวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนมงฟอร์ต (MSPC)  เพื่อน ๆ ในชมรมส่วนใหญ่ก็คือเพื่อน ๆ ในวงดนตรีไทยนั่นแหละ  มีความสามารถกันหลายด้าน   โดนอาจารย์ดนตรีไทยต่อว่านิดหน่อยว่าเอาคนของเขาไปเกือบหมดวง  เพราะเมื่อมาทำโครงงานวิทยาศาสตร์ก็เลยไม่ค่อยมีเวลาซ้อมดนตรีไทย  ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ  แต่พวกเราก็ทำชื่อเสียงให้โรงเรียนในทางอื่นถือว่าทดแทนให้ละกันนะครับ



จากนั้นในมหาวิทยาลัยมาทำงานกับชมรมไอเซค  มีพี่ ๆ ที่เก่ง ๆ คอยแนะนำช่วยเหลืออยู่เสมอ  เวลาเราทำงานเข้ากับพี่ ๆ ได้ก็มีความสุขมาก  รู้สึกว่าการเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีจังหวะสอดคล้องกันทั้งทีมมันให้ความรู้สึกที่ดีจริง ๆ    ความรู้สึกนี้ยังเกิดขึ้นเสมอเมื่อลงทีมทำงานวิจัยกับน้อง ๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องออกเก็บข้อมูลภาคสนาม



จริง ๆ แล้วการทำวิทยานิพนธ์เป็นเรื่องที่ผมไม่ชอบ  เพราะไม่ชอบบรรยากาศที่ต้องทำอยู่คนเดียว  เราก็รู้เรื่องของเราอยู่คนเดียว  เพื่อนก็ไม่มารู้เรื่องกับเรา  เราก็ไม่รู้เรื่องที่เพื่อนทำ   ช่วยกันก็ไม่ถนัด  มันดูเงียบเหงาไปหมด   เหมือนต้องอยู่คนเดียว  ยอมรับว่าตอนทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเหงามาก ๆ   แต่ในที่สุดก็จบมาจนได้



หลังจากนั้นเมื่อเริ่มมาทำงานได้เข้าทีมกับอาจารย์มิ่งสรรพ์   ได้รับการขัดเกลาให้เล่นเข้ากับทีมให้ได้มากขึ้น  เพราะงานวิจัยของอาจารย์มิ่งสรรพ์โดยมากเป็นโครงการใหญ่  มีนักวิจัยจำนวนมาก  และมีน้อง ๆ มาช่วยเก็บข้อมูลมาก   ผมก็ต้องหัดเล่นให้เข้ากับทีมโดยเฉพาะกับหัวหน้าทีม  ซึ่งกว่าจะเล่นเข้ากันก็โดนดุแรง ๆ อยู่เป็นประจำ   หลายครั้งก็ถอดใจไม่อยากเป็นนักวิจัยแล้ว    แต่อาจารย์มิ่งสรรพ์ก็บอกว่าคุณก็ไม่เห็นจะไม่ดีตรงไหน  ก็เห็นดีขึ้นเรื่อย ๆ   คำพูดนี้ทำให้ผมมีแรงฮึดขึ้นมาใหม่และในที่สุดก็ได้เป็นนักวิจัยดีเด่นรุ่นใหม่ของ มช. (จนได้)




เวลาทำงานกับอาจารย์มิ่งสรรพ์เราก็ต้องมีทีมเล็ก ๆ เป็นของตัวเองเพื่อรับงานของทีมใหญ่มาทำในส่วนของเรา  ในทีมเล็ก ๆ นั้นผมได้พบกับน้อง ๆ ที่มีความสามารถและมีนิสัยดีสามารถทำงานเข้ากันเป็นทีมได้ดี   ความรู้สึกที่ได้ทำงานอย่างสอดคล้องเป็นทีม  เป็นจังหวะเดียวกัน  ร่วมทุกข์ร่วมสุข  มันทำให้เกิดความกินใจกัน  และทำให้การทำงานมีความสุข



ตอนนี้ผมต้องมาทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของตัวเอง   ไม่มีทีมต้องทำคนเดียว  ทำให้จริง ๆ ก็ไม่ค่อยอยากทำเท่าไร  แต่โชคดีที่โครงการวิจัยนี้มีการไปลงพื้นที่เก็บข้อมูลกันครั้งใหญ่ที่เมืองไทย  (คิดว่าเป็นการเก็บข้อมูลเชิงเศรษฐศาสตร์ในระดับหมู่บ้านเดียว  ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมาในประเทศไทย  ในทางเทคนิคคือเราทำตาราง SAM ของหนึ่งหมู่บ้านออกมาได้สำเร็จ)   การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้ผมได้มีโอกาสทำงานเป็นทีมอีกครั้ง  จึงทำให้งานวิทยานิพนธ์น่าสนใจขึ้นมาหน่อย  แต่หลังจากกลับมาเยอรมันอีกครั้งนี้ก็เหมือนต้องทำคนเดียวอีกก็เหี่ยว ๆ ไปพร้อม ๆ กับอากาศที่หนาวลงเรื่อย ๆ ของประเทศเยอรมัน



เรื่องนี้มหาวิทยาลัยก็รู้ก็เลยสร้างระบบที่เรียกว่าสังคมวิจัยขึ้น (Research community)  ให้นักวิจัยได้มีโอกาสได้มาเจอกัน คุยกัน  แลกเปลี่ยนเรื่องราวกัน  และได้นำเสนอผลงานให้กันและกันดู   ถึงจะไม่ได้ทำงานร่วมกัน  แต่ก็เหมือนได้เกาะกลุ่มกันและพยายามทำงานให้ทันเพื่อนและสอดคล้องเป็นจังหวะเดียวกันกับสังคมวิจัยนั้น    มหาวิทยาลัยจึงพยายามควบคุมจังหวะของนักวิจัยแต่ละคนผ่านการควบคุมจังหวะของสังคมวิจัย  ช่วงไหนควรเร่ง  ช่วงไหนช้าได้  และยังสามารถควบคุมมาตรฐานของงานวิจัยแต่ละเรื่องผ่านมาตรฐานของสังคมวิจัย



ผมก็เลยไม่ค่อยรู้สึกโดดเดี่ยวเท่าไรทั้งที่บอนน์และเกิร์ทธิงเก้น  เพราะทั้งสองแห่งเน้นการวิจัยเป็นหลักและมีสังคมวิจัยที่เข้มแข็งและเปิดกว้าง  เทอมหนึ่ง ๆ มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่นหลายคนมานั่งฟังสัมมนาของสังคมวิจัยของที่นี่  อาจารย์ก็บอกว่ายินดีต้อนรับทุกท่าน  และท่านไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน  ขอให้มีความสุขกับการได้มาอยู่ร่วมกันที่นี่ก็พอ


ความรู้สึกที่เป็นทีมเดียวกัน  การเคลื่อนที่ไปพร้อม ๆ กันอย่างเข้าจังหวะและสอดคล้องกัน  จึงเป็นความรู้สึกที่ดีมาก  และผมจะพยายามนำความรู้สึกที่ดีนี้ไปสร้างสังคมวิจัยที่เข้มแข็งในประเทศไทยด้วยเช่นกัน  ผมหวังว่าเราจะได้มีโอกาสเล่นร่วมทีมเดียวกันนะครับ  คิดว่าจะต้องเป็นเวลาที่มีความสุขแน่นอน








กลับสู่สารบัญ



 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ