Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home เพลิน คิดเพลิน ๆ กดรีโมทสั่งได้
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















กดรีโมทสั่งได้ Print E-mail
คมสัน  สุริยะ
23 กันยายน 2552




ทันทีหลังจากที่ผมเอาบทความเรื่อง  ทำไมเขาถึงไม่ให้คนหนุ่มเป็นผู้จัดการ (ทีม) ขึ้นเว็ป  ก็มีเมลมาถามทันทีว่า  ทำไมเมื่อหลุยส์ ฟานกัล  ผู้จัดการทีมบาร์เยิร์นมิวนิค  ได้อาร์เยน  ร็อบเบน มาร่วมทีมแล้วสถานการณ์จึงดีขึ้นมาก   คำตอบก็ง่าย ๆ คือ  "กดรีโมทสั่งได้"



ทั้งหลุยส์ ฟานกัล และอาร์เยน ร็อบเบน ต่างเป็นชาวฮอลแลนด์  เขาทั้งคู่จึงพูดภาษาเดียวกัน  สื่อสารกันง่าย  เข้าใจกันง่าย  ในขณะที่กับนักเตะคนอื่นในทีมนั้น หลุยส์ ฟานกัล ต้องกัดฟันพูดภาษาเยอรมันทีละคำสองคำ  แล้วยิ่งกับฟร้องค์  ริเบรี่  เจ้าปัญหานั้นเขาเป็นชาวฝรั่งเศส  จะพูดอะไรกันทีก็ต้องผ่านล่าม




หลุยส์  ฟานกัล สั่งร็อบเบนว่า  ลาก ๆ เข้าไปแล้วยิงเลย   ร็อบเบนก็ทำอย่างนั้นได้ตามสั่งบ่อย ๆ   ราวกับฟานกัลกำลังกดรีโมทคอนโทรลอยู่นอกสนาม




นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้บริหารคนหนึ่งย้ายไปรับต่ำแหน่งใหม่ที่อื่นก็มักจะต้องนำทีมงานตามไปยกแผง   เพราะว่าทีมงานเหล่านั้นพูดภาษาเดียวกันมานานแล้ว  เข้าใจกัน  ทำงานเข้ากันได้ดี   เหมือนกดรีโมทสั่งได้  ไม่มีแตกแถว   และที่สำคัญเวลาพลาดก็พร้อมจะให้อภัยกัน  ทำให้รู้สึกดีต่อกันและไว้วางใจกัน





คนที่จู่ ๆ มารับงานบริหารแบบข้ามาคนเดียวนี่ถ้าไม่เจ๋งจริง ๆ ก็ยากที่จะรอด   ยกตัวอย่างเช่น  อ๊อตมา ฮิชเฟล  ชายวัย 60 ปี  ผู้โด่งดังจากการนำทั้งทีมโบรุสเซีย  ดอร์ทมุน  และบาร์เยิร์น มิวนิค  ได้แชมป์ยุโรป    เมื่อต้องกลับมาคุมบาร์เยิร์นอีกครั้งก็สามารถคว้าแชมป์ได้   เพราะรู้วิธีที่จะทั้งโอ๋ทั้งยุให้ดาราประจำทีมอย่างลูก้า โทนี่ และฟร้องซ์  ริเบรี่  ให้โชว์ฟอร์มอันสุดยอดออกมา





ต่างกับเจอร์เก้น  คลิ้นส์มันน์  ที่พึ่งนำทีมชาติเยอรมันได้ที่สามในฟุตบอลโลกที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพเอง         เมื่อมารับงานต่อจากฮิชเฟล กลับพาทีมยับเยินสมชื่อ   เหตุผลก็เพราะพี่แกเล่นแบบว่าไม่ให้มีดาราในทีม   "ทุกคนเท่าเทียมกันหมดนะจำไว้  ผมไม่ชอบให้มีดาราในทีม"   ทำให้กลายเป็นเรื่องขึ้นมาเมื่อทั้งลูก้า โทนี่  และฟร้องซ์  ริเบรี่  พร้อมใจกันนัดหยุดงานกลางสนาม   แล้วกลายเป็นคลิ้นส์มันน์ที่โดนเด้งออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม  เพราะลูกทีมคนอื่น ๆ เห็นว่าเขาเอาทีมไม่อยู่ก็เริ่มก่อหวอดลองของบ้าง   ทีมก็เลยปั่นป่วนหนักขึ้นเรื่อย ๆ





หลุยส์  ฟานกัล  เมื่อเข้ามาใหม่ก็ต้องโดนท้าทายกันตามประสา  เจ้าตัวก็เฉย ๆ นิ่ง ๆ ไว้  ตอนแรกก็ไม่ได้ผลงานเป็นชิ้นเป็นอันอะไร  แต่พอเริ่มชนะมากขึ้นเท่านั้นเอง  ก็เริ่มพูดกับนักเตะได้ว่า  "ไม่อยากเล่นด้วยกันจริง ๆ เหรอ  สนุกน๊ะ  ชนะมากกว่าแพ้ด้วยหล่ะ"   นักเตะก็เริ่มอยากเล่น  เพราะอยากเป็นคนหนึ่งในทีมของผู้พิชิต   นักเตะเริ่มซูฮกหลุยส์  ฟานกัล   ทีนี้เวลาพูดอะไรก็ง่ายขึ้น   เริ่มกดรีโมทสั่งผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้นและมากรายขึ้น    และต่อไปก็จะกดสั่งได้ทั้งเกมส์





ทำไมแมนยูฯ ถึงขาดไรอัน กิ๊กส์ ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่อายุมากแล้ว  เหตุผลง่าย ๆ ก็คือ กิ๊กส์  เป็นคนสำคัญที่เซอร์อเล็กซ์  เฟอร์กูสัน เหมือนกดรีโมทสั่งได้จากนอกสนาม  คิดอยากให้เกมส์เป็นอย่างไร  กิ๊กส์ก็ทำออกมาอย่างนั้น  ชนิดที่ว่าไม่ต้องคุยกันก็รู้ใจ  สื่อสารกันแบบโทรจิตแล้ว





ผมก็เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน  เมื่อครั้งนำทีมโรงเรียนมงฟอร์ตไปคว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันทักษะวิทยาศาสตร์ถึงถิ่นคู่แข่ง  ผมรู้ว่าทีมชนะเพราะน้อง ๆ เก่งมาก (ตอนนี้เป็นหมอกันไปหมดแล้ว คนหนึ่งพึ่งแต่งงาน อีกคนกำลังเรียนอยู่ฮอลแลนด์)  เมื่อผมบอกอาจารย์ว่าที่ชนะเพราะน้อง ๆ ในทีมเก่งมาก  เก่งกว่าผมหลายเท่า อาจารย์ก็สวนกลับมาว่า "ก็เด็กในคอนโทรลของเธอ"    ตอนนั้นผมไม่ค่อยเข้าใจว่ามันจะสำคัญอะไร  แต่ตอนนี้เริ่มเข้าใจว่า  เออก็จริง  เพราะตอนนั้นน้อง ๆ ไม่มีการแตกแถวเลย  มีระเบียบวินัยมาก  และฝีมือพวกเขาก็เนี้ยบมาก   แต่คนคุมแถวก็คือผมเอง





ตอนหลังที่เข้ามหาวิทยาลัยไม่ค่อยมีใครเป็นเด็กในคอนโทรลได้แบบนั้นอีก  ต้องใช้วิธีจูงใจ  ขอกันดี ๆ  และอะลุ้มอล่วยกัน  จึงจะสามารถคุมแถวได้




แต่พอไปอยู่เยอรมัน เจอเพื่อน ๆ ที่เป็นชาวประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายที่ต่างแย่งกันเป็นหัวหน้า (อ่านเรื่อง ทำหน้าทีชี้ช่องรวย)  ไม่มีใครยอมอยู่ในคอนโทรลของใคร  การจะคุมแถวเพื่อน ๆ ได้ก็ต้องปล่อยให้คนที่อยากนำเดินนำหน้าไป  แล้วเราอยู่ข้างหลังคอยบอกทางให้  ถึงจะไม่ได้หน้าว่าเป็นผู้นำ  แต่อย่างน้อยทีมก็ไม่หลงทาง  





ในที่ทำงานซึ่งมีทั้งผู้ที่อาวุโสกว่าและอ่อนกว่า  ผมยังไม่ได้เป็นผู้บริหารก็ไม่เคยมีประสบการณ์ตรง       แต่ก็แอบเห็นหลาย ๆ แห่งใช้วิธีการคลาสสิคสำหรับการกดปุ่มรีโมทคอนโทรล  นั่นคือการสร้างทีมงานเฉพาะกิจขึ้นมา   มีมือซ้าย มือขวา  รับงานไปทำ   เข้าทำนองเหมือน  ดาร์ท  เวเดอร์  ในภาพยนตร์เรื่องสตาร์วอร์ส  แต่ก็นั่นแหละ  ดาร์ท เวเดอร์ พอรับงานมามาก ๆ ก็เห็นหัวหมุนติ้ว ๆ เหมือนกัน





ถ้าจะถามว่าใครที่จะมาเป็นมือซ้ายมือขวาของเราได้บ้าง  เรื่องนี้ก็ต้องตอบว่า   ก็ต้องเป็น "คู่บุญ" กันมาหล่ะครับ   ถ้าอาร์เยน ร็อบเบน เกิดเจ็บขึ้นมา  หลุยส์ ฟานกัล  ก็ฟานกัล หล่ะครับ  อาจจะแพ้ยับเยินได้เหมือนกัน









กลับสู่สารบัญ


 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ