Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ทางข้างหน้า Zentenzer สัปดาห์ Methodologies
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















สัปดาห์ Methodologies Print E-mail

คมสัน  สุริยะ
19 กันยายน 2552



สวัสดีครับ  ห่างหายกันไปนานเป็นสัปดาห์เพราะว่าผมไปงานสัปดาห์ Methodologies ที่มหาวิทยาลัยเกิร์ทธิงเก้นมาครับ  งานนี้จัดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ที่แล้ว  ลักษณะของงานเป็น Workshop จำนวน 12 เรื่อง  เรื่องละ 2 - 3 วัน  จัดโดยบัณฑิตวิทยาลัยสายสังคมศาสตร์  แล้วอนุญาตให้นักศึกษาปริญญาเอกจากคณะต่าง ๆ ในสายสังคมฯ เลือกเข้าร่วมได้คนละ 2 เรื่อง  ผมก็เลือกเรื่อง Poverty analysis กับเรื่อง Nature conservation



ในเรื่อง Poverty analysis  มีการปูพื้นฐานกันใหม่ตั้งแต่ต้น  แล้วก็นำเสนอเครื่องมือในการวิเคราะห์  จากง่ายไปหาที่ซับซ้อน  พร้อมกับมีตัวอย่างให้  แถมยังมี Code ที่ใช้กับโปรแกรม Stata แจกอีกด้วย  งานนี้ทำให้ผมได้มองถึงรายละเอียดหลาย ๆ อย่างที่เคยมองข้าม (แต่ฝรั่งจริงจังกับเรื่องเหล่านั้น)  แถมได้วิธีการวิเคราะห์ใหม่ ๆ  มาให้ลองใช้  ถือว่าสุดคุ้มเลยครับ



ส่วนในเรื่อง Nature conservation นี่ทีเด็ด  ตอนแรกว่าจะไม่ลงแล้วเพราะมีอีกอย่างน่าสนใจคือ Game Theory  แต่ว่าพอดี Game Theory สามารถเรียนได้ในเทอมปกติก็เลยลองมาหาประสบการณ์แปลกใหม่ในเรื่องที่นำเสนอโดยคณะวนศาสตร์ (ป่าไม้) ดูบ้าง 



ปรากฏว่าวันแรกพี่แกก็พาเข้าป่าเลย  นั่งรถตู้ไปจากตัวเมืองแล้วก็จอดข้างทาง  จากนั้นก็ปล่อยทั้งอาจารย์ทั้งนักศึกษาลงเดินตามเส้นทางที่ระบุไว้ในแผนที่   ดูเผิน ๆ ก็นึกว่าจะไม่มีอะไร  เพราะตอนแรกก็ไปดูพื้นที่เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีอะไรมาก  แต่เอาเข้า ๆ เดินเข้าป่าลึกไปเรื่อย ๆ  กลายเป็นว่าเราเข้ามาอยู่กลางป่าอนุรักษ์ผืนใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปกลาง   เขาเรียกว่าป่าบีช  เพราะว่ามีต้นบีชขึ้นอยู่มาก   อายุประมาณ 80 - 120 ปี  ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งเป็นป่าที่ไม่อนุญาตให้มนุษย์เข้ามารบกวน  เพราะต้องการคงสภาพป่าไม้ไว้ตามธรรมชาติ



ในแผนที่ก็มีเครื่องหมายให้หยุดเป็นระยะ ๆ   ซึ่ง ณ จุดนั้นอาจารย์ก็จะบรรยายว่าสภาพป่าเป็นอย่างไร  มีการวางแผนจัดการป่าไม้อย่างไร  เรียกได้ว่าได้ชมกันจะ ๆ   แต่ที่แย่ก็คือวันนั้นเดินปาเข้าไปเกือบ 20  กิโลเมตร  เล่นเอาเหนื่อย  แถมไม่พอพรุ่งนี้มีทริปลุยอีกป่าหนึ่งต่อด้วย



วันต่อมาตอนเช้าบรรยายว่าวันนี้เราจะไปเจออะไรกันบ้าง  แล้วก็ตอนบ่ายก็เอาอีกแล้ว  รถตู้พาไปปล่อยกลางป่าอีกแล้ว  แต่ทีนี้ดีขึ้นหน่อยเพราะพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว  ชื่อว่าปราสาท Plesse  อยู่ในโลเคชั่นที่ดีที่สามารถชมวิวเมืองเกิร์ทธิงเก้นได้จากมุมสูง   แล้วเขาก็มีแผนที่บอกว่าต้นไม้ที่ขึ้นบริเวณนี้ชื่อว่าอะไร  ก็เดินไปชมต้นไม้ไป  หลบจักรยานเสือภูเขาไป  เขาว่าคนเยอรมันชอบมาสัมผัสธรรมชาติในช่วงวันหยุดกันที่นี่  วันนี้ก็เลยได้เรียนเรื่อง Recreation planning  กันในสถานที่จริงพร้อมกับเทคนิคการเก็บข้อมูลจากการนับป้ายทะเบียนรถ  การหามุมเหมาะ ๆ ในการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว  การแกะรอยนักท่องเทียวจากรอยเท้าและรอยล้อรถจักรยานที่อยู่บนพื้น  ทำตัวเหมือนนักสืบกันเลยครับ




อีกวันหนึ่งไปอีกที่หนึ่งชื่อว่าปราสาท Marienburg (มาเรียนบวร์ก) ซึ่งต้องนั่งรถไฟย้อนไปทางเมือง Hannover  ปราสาทนี้สวยงามและสร้างขึ้นมาด้วยความรักที่พระเจ้าจอร์จที่ห้าสร้างให้กับพระนางมาเรียน  ทำให้สถาปัตยกรรมออกมาดูโรแมนติกมาก   วันที่ไปนั้นพอดีมีแสงแดดอ่อน ๆ และดอกกุหลาบแดงบานเต็มปราสาท  ทำให้ได้สัมผัสกับความรื่นรมย์ที่จะหาที่ไหนในเยอรมันเปรียบแทบไม่ได้  แต่น่าเสียดายที่พระเจ้าจอร์จที่ห้าไม่ได้ยลปราสาทนี้  เพราะว่าพระองค์ทรงตาบอดทั้งสองข้าง  ข้างแรกเพราะโรคร้าย อีกข้างเพราะอุบัติเหตุ  ทำให้ช่างต้องสร้างโมเดลของปราสาทมาให้พระองค์ทรงคลำ  เพื่อจะได้ทรงทราบว่าปราสาทหลังนี้หน้าตาออกมาเป็นอย่างไร 




วันสุดท้ายที่มาปราสาท Marienburg นี้ได้เห็นการจัด Tourismlogistics ที่มี Missing Link หลายอย่าง (ตามแบบฉบับเยอรมัน) ซึ่งถ้าเทียบกับปราสาท Ambrass ที่ประเทศออสเตรียแล้วเรียกได้ว่ายังห่างชั้นกันมาก  ทั้ง ๆ ที่ปราสาท Marienburg สวยกว่าที่ Ambrass  แต่การขนส่งนักท่องเที่ยวเข้ามายังปราสาททำได้ไม่ดีนัก  ทำให้ปราสาท Ambrass น่าไปเยือนมากกว่า และไปง่ายกว่า




หลังจากที่เดินทางกลับมาถึงบอนน์แล้ว  ผมก็นอนสลบไปเกือบหนึ่งวันเพราะการเดินทางเข้าป่าติดกันหลายวัน  บวกกับการเดินทางจากเกิร์ทธิงเก้นผ่านแฟร้งเฟิร์ตแล้วกลับมาบอนน์   ตอนตื่นมาก็ได้รับเมล Happy Birthday จากคุณพ่อคุณแม่  ผมก็ดีใจมาก




โดยสรุปแล้ว  Methodenwoche (เหม่ โท๊ เด้น ว้อค เค่อ) หรือสัปดาห์ Methodologies ไสตล์เยอรมันนี่ก็สนุกดีและมีประโยชน์  ทำให้เราได้สัมผัสกับวิชาที่เราควรจะรู้ในสาขาของเราเพื่อใช้ในการทำ Thesis  และยังได้เปิดหูเปิดตาในศาสตร์สาขาอื่นที่คณะอื่นจัดให้  นอกจากนั้นยังได้ Connection กับเพื่อนต่างคณะ  ทำให้เรารู้จักคนมากขึ้นอีกไม่จำกัดอยู่แต่ในคณะเดียว   ผมว่างานที่คุ้มค่ากับนักศึกษาอย่างนี้น่าจะลองจัดที่ มช. ดูบ้างก็น่าสนุกดีนะครับ    





ป.ล.  มีสอบด้วยนะครับ  ให้เขียนเป็นเรียงความยาว 2 - 3 หน้าในหัวเรื่องที่เราสนใจ  แล้วส่งสิ้นเดือนหน้า  ใครสอบผ่านได้ 2 หน่วยกิต  ใครไม่ผ่านก็ไม่เป็นไรเพราะไม่ใช่วิชาบังคับ  ถือว่ามาหาประสบการณ์อันแปลกใหม่  แต่ไหน ๆ ต้องสอบแล้วก็คงต้องให้ผ่านแหละครับ  ถ้าสอบไม่ผ่านก็อายสาวเยอรมันแย่สิครับ  พวกนี้ทั้งเรียนอึดและยังเดินอึดด้วยนะครับ  ผมเดินตามอยู่ข้างหลังโน่นห่างกันเป็นรอบสนามเลยครับ


 





กลับไปสู่สารบัญ








 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ