Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home เคล็ดลับวิจัย เกร็ดการทำวิจัย เกร็ดการทำวิจัยตอนที่ 33: พลังของ Proposal
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















เกร็ดการทำวิจัยตอนที่ 33: พลังของ Proposal Print E-mail

คมสัน  สุริยะ
19  สิงหาคม 2552


ในเทศกาลส่ง Proposal เพื่อคว้าทุนวิจัยที่เยอรมันมีความดุเดือดและสนุกสนานปนกับความเครียด  แม้แต่ที่สถาบันที่ผมอยู่ก็ยังต้องแข่งขันชิงส่วนแบ่งเค้กกันเพราะมีเงินทุนอยู่ก้อนหนึ่งแล้วต้องแบ่งกันทุกคน  ใครที่ทำ Proposal ได้น่าสนใจก็จะได้เยอะกว่าคนอื่น  นักศึกษาปริญญาเอกรุ่นใหม่ก็เลยต้องพยายามเค้นสิ่งที่มีทั้งหมดมาเพื่อทำให้ Proposal มีพลัง  ผมโชคดีที่ผ่านมาแล้วเมื่อสองปีก่อนและได้เงินทุนวิจัยมาพอสมควร  ปีนี้ได้เห็นการแข่งขันของรุ่นน้องทำให้ได้มุมมองเรื่องพลังของ Proposal  ที่น่าจะนำมาเล่าสู่กันฟัง


Proposal จะมีพลังขึ้นอยู่กับองค์ประกอบดังต่อไปนี้


หนึ่ง   ผู้เขียนจริงจังกับประเด็นที่เขียน  (Concentration)
  
          คือ ถ้าใครยังไม่รู้ว่าชอบเรื่องอะไร ยังวิ่งไปทางโน้นที ทางนี้ที รับรองว่าจะเขียน Proposal ไม่เสร็จ 
          เพราะโลภมาก และแปลได้ว่าไม่จริงจังสักเรื่อง  ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวอาจแก้ตัวว่าก็เพราะผมจริงจังหลายเรื่อง
          สถาบันก็จะตอบว่า  คุณก็จะไม่ได้เรื่องสักเรื่อง  และก็ไม่ได้เงินสักเรื่อง

          (มีคำถามที่ถามกันเป็นปกติที่สถาบันฯ ว่า What are you working on?  "คุณกำลังทำเรื่องอะไร"
          ถ้าตอบไม่ได้คนจะมองว่า คนนี้ยังไง)


สอง   ประเด็นที่เขียนเป็นเรื่องจริงจัง    (A serious topic)   

         นี่มักเป็นปัญหา เพราะไม่รู้ว่าเรื่องที่ตัวเองทำมันมีจุดที่ต้องไปจริงจังกับมันตรงไหน

         (ลองถามเจ้าตัวดูง่าย ๆ ว่า "อะไรที่คุณจริงจัง" What are you serious about? 
         ถ้าตอบแบบมีพลังออกมาจากข้างในและมีเหตุผลน่าฟัง ก็ OK)


สาม   วิธีการศึกษาเป็นวิทยาศาสตร์ที่มีหลักการเป็นเหตุเป็นผล  (Scientific)

สี่        เห็นช่องที่จะเสนอแนะเชิงนโยบาย  เพื่อให้เกิดการลงมือทำอะไรบางอย่างต่อไป  (Lead to ACTION)

ห้า      สามารถทำเสร็จได้ในกรอบเวลาและงบประมาณที่สมควร (Concise)



ภาษาอังกฤษเรียกคุณสมบัติทั้ง 5 อย่างว่า  SOLID  (โซ-หลิด) แปลว่า  แน่น





Proposal ที่ไม่มีพลังมักจะเป็นอย่างนี้


หนึ่ง    ลองเอาเครื่องมือมาจับกับข้อมูล (ดูเล่น ๆ)  ซึ่งผลออกมาก็คือ  โอ้ มันเป็นอย่างนั้นด้วย  (แต่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร)

          คิดแต่จะจบ หรือจะทำให้เสร็จ  ไม่มีมิติทั้งความกว้างและความลึก  ไม่สามารถนำไปสู่การลงมือทำอะไรบางอย่างได้


สอง    ใช้วิธีการศึกษาตามใจข้าพเจ้าเอง  ใช้วิธี descriptive พูดเอง เออเอง 

          ไม่มีหลักการของการให้เหตุผลเพื่อสนับสนุนหรือแย้งอย่างเป็นตรรกะ


สาม    ไม่ยอมทำในสิ่งที่ควรจะต้องทำ  เช่น  เลี่ยงใช้เครื่องมือบางอย่างที่ตัวเองไม่รู้  

          เลี่ยงไปเก็บข้อมูล  เลี่ยงศึกษาในประเด็นบางอย่างที่สำคัญ


สี่        อ่านมาไม่มาก  ทำให้ตามแนวคิดหรือทฤษฎีใหม่ ๆ ไม่ทัน  ตามประเด็นไม่ทัน 


ห้า      กว้างเกินไป  อะไรก็อยากจะทำหมด  ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถเสร็จทันเวลาได้สักอย่าง




ภาษาอังกฤษเรียกคุณสมบัติทั้ง 5 อย่างว่า  TRIVIAL  (ไทร-เวียล)  แปลว่า  หลักลอย





เวลาที่เห็นใคร ๆ เสนอ Proposal ก็ดูตามนี้เลยว่าจะผ่านหรือไม่  หรือจะได้เงินทุนหรือไม่  ที่เยอรมันเวลาได้ทุนวิจัยก็เป็นเงินเป็นทอง 
แถมไม่พอบางโครงการที่ทำต่อเนื่องสัก 5 ปีก็ให้ตำแหน่ง Junior Professor แถมด้วยเลย 


ผลงานวิจัยที่ทำออกมาจาก Proposal ที่มีพลังมักจะได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการได้อย่างง่ายดาย
(อ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง  ทำไมถึงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการไม่ได้)


รางวัลทุกอย่างนี้เริ่มต้นจาก Proposal ที่มีพลัง
ลองฝึกดูกันนะครับ



 



กลับสู่สารบัญ





 

 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ