Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ทางข้างหน้า อาชีพนักวิจัย กำลังใจของนักวิจัย
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















กำลังใจของนักวิจัย Print E-mail
Written by คมสัน สุริยะ   
Wednesday, 15 April 2009 07:14

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ในรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่งว่า

คนที่ตกงานจริง ๆ แล้วไม่อยากทำงานมากกว่า   

ผมเองก็คนหนึ่งซึ่งหากเลือกได้ก็คงจะนอนอยู่ที่บ้านหรือชายทะเลดีกว่า
ไม่อยากจะออกมาตะลอน ๆ ทำวิจัยอย่างนี้ทุกวัน   
ใคร ๆ ก็คงจะไม่อยากทำงานทั้งนั้น แต่เมื่อต้องทำเราก็ต้องมีกำลังใจ


กำลังใจในการทำงานที่ลดลงถือเป็นเรื่องปกติ เพราะงานวิจัยเป็นเรื่องที่ต้องออกแรงมากเพื่อทำให้ประสบความสำเร็จ เพราะงานวิจัยเป็นงานที่ผสมกันทั้งการใช้จินตนาการ การดั้นด้นหาความจริง  การผลิตทางอุตสาหกรรม เช่น การเก็บข้อมูล การตรวจคุณภาพ QC ของข้อมูล  การบริหารทีมงานวิจัยที่ประกอบด้วยคนจากหลากหลายพื้นฐานและมีความคิดที่เกี่ยวกัยการวิจัยแตกต่างกัน  รวมทั้งการฑูตที่ต้องสร้างสัมพันธไมตรีกับผู้ที่เราเข้าไปเกี่ยวข้องให้เข้าใจและร่วมมือด้วยดี


การเป็นนักวิจัยต้องทนกับความอ้างว้างเหมือนกัปตันเรือที่ยืนทอดมองออกไปในท้องทะเล  การมีเพื่อนนักวิจัยที่เข้าใจกันเป็นเรื่องที่ช่วยได้ แต่หากไม่มีใคร กัปตันเรือก็คงต้องเข้มแข็งและกล้าหาญ ยืนหยัดอยู่ให้ได้


ทำไมนักวิจัยต้องทนกับความอ้างว้างและท้อแท้ ก็เพราะนักวิจัยที่ประสบความสำเร็จไปก่อนหน้านั้นต่างผ่านความรู้สึกนี้ไปได้กันแล้วทุกคน พวกเขาต่างตะโกนให้กำลังใจคนที่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกนั้นว่าให้ข้ามมาสิ ข้ามมาให้ได้ เอาชนะมันให้ได้


นักวิจัยก็คือคน งานวิจัยก็คืองาน งานที่ต้องมีอุปสรรค แต่งานไหน ๆ ก็มีอุปสรรคทั้งนั้น เวลาจะเลือกจัดการกับอุปสรรคมันมักจะทำให้เราเอียงไปเลือกทางที่ไม่ต้องทำอะไร ทางที่อยู่เฉย ๆ ทางที่อยู่สบาย ๆ แต่นั่นมักไม่ทำให้อุปสรรคถูกขจัดไป แต่กลับทำให้งานไม่เดินหน้าและไม่สำเร็จ  


แล้วทำไมต้องทำงานให้สำเร็จ คำตอบนี้ง่ายมากก็คือเพื่อพิสูจน์ว่าเราคือคนที่ไม่มีวันยอมแพ้ต่อสิ่งไหน ๆ เราคือผู้ชนะ


แล้วทำไมต้องเป็นงานวิจัย คำตอบคือมันอาจจะไม่ใช่งานวิจัยก็ได้ แต่บังเอิญมันเป็นงานวิจัย เราจะชอบมันหรือไม่ชอบมัน เราจะเหมาะที่จะเป็นนักวิจัยหรือไม่เหมาะ เรารักที่จะทำวิจัยหรือไม่รัก มันไม่สำคัญ มันอยู่ที่ว่าเราได้ทำมันแล้ว เรากำลังทำมัน และเราต้องเอาชนะมันให้ได้ เหมือนเพลงที่เริ่มบรรเลงแล้วก็ต้องเล่นให้ชัดเจนและเน้นทุกตัวโน๊ตจนกว่าจะจบ


เมื่อเราเอาชนะมันแล้วค่อยเหลียวมองกลับไปว่าเราได้เดินมาไกลเพียงใดแล้วบนเส้นทางนักวิจัย มันอาจจะไกลมากจนแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยคิดจะเดินมาบนเส้นทางนี้เลยตั้งแต่ต้น  


แต่หากใครเกิดชอบงานวิจัยและมีกำลังใจทำงานวิจัยขึ้นมาแล้วหล่ะ ไอสไตน์บอกว่าธรรมชาติเผยความลับให้มนุษย์ล่วงรู้เพียง 1 ในหนึ่งแสนส่วนเท่านั้น มันหมายความว่ายังมีความลับของธรรมชาติอีกมากมายที่มนุษย์ไม่รู้ สิ่งนี้หมายความว่างานวิจัยไม่มีวันทำหมด เพราะคำถามไม่เคยหมด มันจึงเป็นงานที่ทำได้ตลอดชีวิต มีให้ทำเรื่อย ๆ ไม่มีวันหมด  และมีเงินรางวัลอยู่บ้างสำหรับการได้มาซึ่งคำตอบเหล่านั้น
  




Link ที่เกี่ยวข้อง





<< ย้อนกลับไปหน้าสารบัญ
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ