Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ลูกบ้า Print E-mail
Written by คมสัน สุริยะ   

นักวิจัยต้องมีลูกบ้า ถ้าไม่มีลูกบ้ามักจะไม่ดังหรือไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพนักวิจัย ลูกบ้าที่ว่าคือความบ้าระห่ำที่จะทำอะไรบางอย่างที่คนปกติเขาหาไม่ค่อยทำหรือทำไม่ค่อยได้ อาจจะเพราะว่ามันอันตราย เสี่ยงตาย เสี่ยงที่จะถูกเตะออกมา เสียหน้า เสียเงิน เสียเวลา เสียความรู้สึก เสียพลังงาน เสียสุขภาพ ปวดหัว หรืออีกสารพัดอย่างที่ทำให้คนไม่อยากดิ้นรนไปแสวงหามันมา

เรื่องบ้าอันดับแรกคือต้องบ้าหาเอกสารมาเพื่อทำ Literature review โดยปกติมาตรฐานการวิจัยกำหนดให้ต้องมี Literature review แต่ไม่ได้บอกว่าต้องมีเท่าไร ต้องเขียนเข้มข้นขนาดไหน นักวิจัยหรือนักศึกษาทั่วไปจึงมักทำให้มันผ่าน ๆ ไป ขอให้มีไว้ก็พอแล้ว แต่นักวิจัยมืออาชีพต้องมีลูกบ้าที่จะค้นหาเอกสารมาให้หมดเท่าที่จะเป็นไปได้ จนสามารถเขียนออกมาได้ว่าวิวัฒนาการของการศึกษาเรื่องนั้นมีมาอย่างไร ใครเป็นคนแรกที่คิด ทำไมถึงคิด มีประเด็นคำถามอะไร อะไรตอบได้แล้ว อะไรที่ยังไม่ได้ตอบ จากนั้นมีใครทำเพิ่มเติมอีกไหม ได้คำตอบเพิ่มเติมอะไรบ้าง หรือมีประเด็นเกิดใหม่อะไรอีกบ้าง แล้วสุดท้ายประเด็นไหนที่คนทำวิจัยกันจนได้คำตอบชัดเจนไปเรียบร้อยแล้ว และประเด็นไหนที่ยังพอมีช่องให้หาคำตอบมาเพิ่มเติมในวงการ สรุปแล้วก็คือ เป็นการทำ Literature review เพื่อให้เกิดรู้สึกว่าเราเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในวงการนี้อย่างเต็มตัวแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่คนที่แวะเข้ามา

เรื่องบ้าเรื่องต่อมาก็คือการแสวงหาข้อมูล ข้อมูลบางอย่างได้จากคนอื่น การเข้าหาคนอื่นอย่างจริงจังเพื่อติดต่อขอข้อมูลจึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความบ้าระห่ำ เพราะการทำให้คนอื่นเข้าใจในความจำเป็นที่เราจะต้องได้ข้อมูลนั้น การชี้แจงถึงประโยชน์ที่งานวิจัยจะนำเสนอสู่สาธารณชน ประโยชน์ที่จะตกถึงผู้ให้ข้อมูล และความไม่มีอันตรายจากการให้ข้อมูล เหล่านี้นับเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความศรัทธาต่องานมาก เพราะหากปราศจากศรัทธาก็จะไม่สามารถสื่อสารออกไปได้ว่างานวิจัยนั้นมีประโยชน์จริง ๆ และคงยากที่จะได้รับความร่วมมือจากผู้ที่มีข้อมูล  

ข้อมูลบางอย่างขอกันง่าย ๆ ตรง ๆ ไม่ได้ เช่น อุตสาหกรรมบันเทิงยามราตรี ไม่ใช่ว่าจะเดินเข้าไปหาคนคุมอาบ อบ นวด แล้วบอกว่า พี่...ผมเป็นนักวิจัยนะ อยากขอสัมภาษณ์พี่สักหน่อย แบบนี้ผมว่าต้องโดนลากออกมาแน่ ๆ นักวิจัยจะต้องใช้ความบ้าระห่ำแปลงร่างเป็นนักเที่ยวกลางคืน ศึกษาคำศัพท์ที่คนในวงการเขาใช้กัน ตีสนิทคนที่มีข้อมูล สืบข้อมูลโดยที่ไม่ให้คนนั้นรู้ตัว แล้วจากออกมาอย่างปลอดภัยทั้งสุขภาพร่างกายและเงินในกระเป๋า

ข้อมูลบางอย่างต้องซื้อ จะมามัวขอกันข้ามปีข้ามชาติก็อาจจะไม่ได้ เช่น ฐานข้อมูลด้านการส่งออก ฐานข้อมูลด้านการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น ของแบบนี้ตัดใจควักกระเป๋าซื้อเอาเลยทีกว่า ถ้าไม่ยอมใช้ความบ้าระห่ำซื้อข้อมูลมา อาจจะทำงานวิจัยนั้นไม่เสร็จ หรืออาจจะเสร็จแต่ล้าสมัยไปแล้ว

ความบ้าระห่ำอย่างที่สามคือการประมวลผลข้อมูล เทคนิคบางอย่างเป็นเรื่องทันสมัยมากจนกระทั่งเราไม่เคยเรียนมาก่อนในชั้นเรียน การที่จะมานั่งอ่านเองก็เป็นเรื่องปวดหัว ดังนั้นอาศัยความบ้าจ่ายเงินจ้างผู้เชี่ยวชาญในวงการมาสอนเลยดีกว่า ซึ่งอาจจะใช้เวลาเพียงแค่สองวันก็จะพอเข้าใจทั้งหลักการและเคล็ดลับของเทคนิคนั้นได้แล้ว เรียกว่าเป็นการเรียนลัด ไม่เพียงแค่นั้น งานที่เราทำเสร็จอาจจะขอให้ผู้เชี่ยวชาญที่มาสอนเรานั้นช่วยตรวจให้ ซึ่งอาจจะต้องจ่ายอีกนิดหน่อยก็ยังดีกว่าปล่อยออกสู่สายตาชาวโลกแบบผิด ๆ หลังจากงานนี้ยังมีโอกาสได้ชวนผู้เชี่ยวชาญคนเดิมที่เราเริ่มสนิทแล้วมาร่วมงานกันในโครงการต่อไปได้อีก เรียกว่าความบ้าคราวนี้ได้ผลหลายต่อ

ความบ้าอย่างสุดท้ายคือการนำเสนอผลการวิจัย นักวิจัยเมื่อทำวิจัยเสร็จมักจะเอาขึ้นหิ้งเก็บไว้บูชา เพราะกลัวว่าจะถูกแตะถูกถูไถแรง ๆ เดี๋ยวจะรับไม่ได้ อย่าทำอย่างนั้นเลยครับ เข็นผลการวิจัยออกสู่สาธารณชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุมนำเสนอผลการวิจัย การเขียนบทความสรุปเพื่อลงวารสาร การเขียนลงหนังสือพิมพ์ หรืออย่างน้อยก็เขียนลง website ส่วนตัวหรือของสถาบัน เพื่อดูว่าจะมีข้อคิดเห็นหรือผลสะท้อนกลับอย่างไรบ้างจากผู้อ่านหรือผู้ฟัง หากดีก็ดีใจ หากไม่ดีก็น้อมรับฟังเพื่อปรับปรุงในโครงการต่อไป ไม่มีอะไรเสียหาย มีแต่ได้กับได้ เผลอ ๆ ถ้ามีคนชอบ เขาอาจจะจ้างเราทำงานอื่นอีก ของอย่างนี้เมื่อเรามีลูกบ้าพอ คนมีเงินทุนวิจัยก็บ้าพอที่จะให้ทุนเราเหมือนกัน

เกร็ดการทำวิจัย ตอนที่ 17: กัดไม่ปล่อย 

เกร็ดการทำวิจัย ตอนที่ 15: เมื่อเป็นเด็กอย่าอาย 

เกร็ดการทำวิจัย ตอนที่ 19: อาชีพที่ต้องทำ 24 ชั่วโมง 

เกร็ดการวิจัย ตอนที่ 23: กำลังใจของนักวิจัย 

เกร็ดการทำวิจัย ตอนที่ 26: เปิดพื้นที่ว่าง 

เกร็ดการวิจัยตอนที่ 28: วัฒนธรรมวิจัยเยอรมัน 

เกร็ดการวิจัยตอนที่ 29: ข้อคิดการทำวิจัยจากนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีก 2009 

 << ย้อนกลับไปหน้าสารบัญ
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ